“เทศกาล” (Festival) ถือเป็นงานอีเวนต์ขนาดใหญ่ สร้างรายได้มหาศาลให้กับผู้จัดงานไปจนถึงผู้ประกอบการในพื้นที่ ในระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมา เทศกาลไม่ใช่เพียงแค่อีเวนต์ แต่วิธีคิดแบบ Festivalisation ของมันยังถูกนำไปใช้ในอีเวนต์อื่น และ “เทศกาล” ยังกลายเป็นเครื่องมือที่ ‘ปลุกเมือง’ สร้างสีสันและผลกระทบทางเศรษฐกิจมากมายให้กับพื้นที่ เกิดเป็นแนวคิดยกระดับเมืองผ่านเทศกาล เนรมิตเมืองอันเงียบเหงาให้มีชีวิตชีวาขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ง


“คาร์นิวัล” งานฉลองที่เริ่มจากศาสนา
ขึ้นชื่อว่า “เทศกาล” แล้ว จัดที่ใดก็ย่อมทำให้พื้นที่บริเวณนั้นเต็มไปด้วยผู้คน ทั้งในฐานะผู้จัดงาน หรือผู้เข้าร่วมงาน เทศกาลพาแสงสี ความสนุกสนาน ไปสู่ทุกพื้นที่ที่มันก่อร่างสร้างตัวขึ้น

เทศกาลที่ใหญ่ที่สุดในโลกเริ่มต้นขึ้นจากความเชื่อทางศาสนา นั่นคือ “เทศกาลคาร์นิวัล” (Carnival) ณ เมืองรีโอ เดอ จาเนโร ประเทศบราซิล งานเฉลิมฉลองยาวต่อเนื่องสี่วันของชาวคาทอลิกก่อนเริ่มเทศกาลมหาพรตเป็นงานฉลองที่ใหญ่ที่สุดในโลก และได้รับฉายาว่าเป็น “งานรื่นเริงที่ใหญ่ที่สุดในโลก” (The Biggest Show on Earth) มีนักเดินทางจากทั่วโลกหลั่งไหลเข้าสู่พื้นที่เมืองตลอดระยะเวลางานกว่า 6 ล้านคน (ข้อมูลปี 2018) ขบวนนักเต้นแซมบ้าคือตัวละครหลักของงาน พรั่งพร้อมด้วยการต้อนรับอันครึกครื้นจากทุกร้านอาหาร ทุกผับ ทุกห้องจัดเลี้ยงของโรงแรมในเมือง ผู้ที่จะเดินทางมาร่วมงานต้องจองตั๋วล่วงหน้านับเดือน และอาจต้องจองโรงแรมล่วงหน้าถึง 2 ปี (ซึ่งต้องจองผ่านเอเจนซี่เท่านั้นด้วย) อีกทั้งราคาบัตรยังแพงขึ้นทุกปีอีกด้วย

รายได้ที่ก่อเกิดจากนักเดินทางต่อหัวในระยะเวลา 4 วันนี้มากมายมหาศาล ในปี 2018 มีเมืองริโอได้รายได้จากเทศกาลราว 3.02 พันล้านเรอัลบราซิล หรือประมาณ 17.4 พันล้านบาท ซึ่งเพิ่มขึ้นกว่าปี 2017 ถึง 6.8% สร้างงานกว่า 7,200 ตำแหน่งงาน เม็ดเงินสะพัดไปทั่วเมืองริโอ และทำให้เมืองแห่งนี้กลายเป็นที่รู้จักไปทั่วโลก


“อ็อกโทเบอร์เฟส” เรื่องกินเป็นเรื่องใหญ่เสมอ
การกินดื่มเป็นสิ่งที่มนุษย์ไม่อาจปฏิเสธได้ เทศกาลอาหารคือหนึ่งในเทศกาลที่หลายคนต้องเคยเห็นหรือแวะเวียนเข้าไปสักครั้ง แต่หากพูดถึงเทศกาลอาหารและเครื่องดื่มซึ่งเป็นที่รู้จักไปทั่วโลกก็คงต้องนึกถึงงาน “อ็อกโทเบอร์เฟส” (Oktoberfest)

อ็อกโทเบอร์เฟสเป็น “เทศกาลเบียร์” ที่ใหญ่ที่สุดในโลก จัดขึ้น ณ เมืองมิวนิค ประเทศเยอรมนี เพราะเบียร์คือเครื่องดื่มชั้นนำที่ประเทศนี้ส่งออก ทุกคนรู้ถึงรสชาติและคุณภาพของเบียร์เยอรมัน ย่อมอยากเดินทางมาลองลิ้มชิมรสสักครั้ง ณ ประเทศต้นกำเนิด แน่นอนว่าเมื่อมาถึงแล้วนอกจากจะได้ดื่มเบียร์เยอรมันต้นตำรับที่เดินทางมาจากทั่วทุกสารทิศในประเทศ ยังมีอาหารจากร้านรวงต่าง ๆ ในมิวนิครอให้ผู้ร่วมงานเข้ามาลิ้มรส

เทศกาลแห่งการดื่มกินอันยิ่งใหญ่นี้จัดขึ้นทุกปี ตั้งแต่ปี 1810 กลายเป็นเทศกาลที่ผูกโยงกับวัฒนธรรมบาวาเรีย และได้ชื่อว่าเป็นเทศกาลพื้นเมือง (Folk Festival) ที่ใหญ่ที่สุดในโลก งานจัดติดต่อกัน 16-18 วัน มีบันทึกสถิติไว้ว่า ปี 2013 ตลอดเทศกาลนั้น มีการเสิร์ฟเบียร์ถึง 7.7 ล้านลิตร ทุก ๆ ปีมีนักเดินทางมากมายทั้งจากในแถบบาวาเรีย ยุโรป และทวีปอื่น ๆ เดินทางไปร่วมงาน นอกจากอาหารดีมีคุณภาพ และเบียร์ชั้นยอดแล้ว ยังมีเครื่องเล่นและกิจกรรมต่าง ๆ ให้ผู้เข้าร่วมงานได้สนุกสนานไปตลอดบริเวณงานอีกด้วย


เมืองไทยยกระดับเมืองไมซ์ผ่านเทศกาล ด้วยคอนเทนต์ “วัฒนธรรม” และ “ศิลปะ
หลายจังหวัดในประเทศไทยพยายามอย่างยิ่งที่จะยกระดับเมืองผ่านเทศกาลต่าง ๆ มีเทศกาลหลากหลายให้เห็นในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ทั้งเทศกาลศิลปะ หรือเทศกาลดนตรี มีทั้งเทศกาลที่นำคอนเทนต์จากต่างประเทศเข้ามา หรือหยิบยกคอนเทนต์ของท้องถิ่นมาเป็นตัวชูโรงหลัก สิ่งที่เห็นได้ชัดคือ เทศกาลส่วนใหญ่นำ “วัฒนธรรม” มาเป็นองค์ประกอบหลักในงาน

แม้จะมีบางเทศกาลในโลกที่ยกแนวคิดวิทยาศาสตร์ขึ้นมาเป็นแนวคิดหลักของงาน เช่น เลอเวน มายด์เกต (Leuven MindGate) ในเบลเยี่ยม แต่เทศกาลนี้ก็ยังมีเรื่องราวของศิลปะและวัฒนธรรมของมนุษย์ผูกโยงไว้อยู่ด้วย “วัฒนธรรม” คือสิ่งที่ซึมลึกอยู่ในความเป็นอยู่ของชุมชน เมื่อหยิบยกขึ้นมาเล่าเป็นคอนเทนต์หลักของเทศกาลในแต่ละพื้นที่ จึงมีสีสันที่แตกต่างกันอย่างเห็นได้ชัด เช่น คาร์นิวัล หรืออ็อกโทเบอร์เฟสที่ยกตัวอย่างมาข้างต้น หรืองาน Thailand Biennale Krabi ในจังหวัดกระบี่ที่ใช้คอนเทนต์ทางวัฒนธรรมและศิลปะ ยกระดับเมืองและดึงให้ชุมชนเข้ามามีส่วนร่วมด้วย

นี่เป็นโอกาสของเมืองไมซ์ภูมิภาคที่มีวัฒนธรรมดั้งเดิมของชุมชนที่เข้มแข็งและนำไปต่อยอดเป็นเทศกาลระดับเมือง (City Scale) ได้ เช่น จังหวัดอุบลราชธานี มีประเพณีแห่เทียนเข้าพรรษาที่จัดเป็นประจำทุกปี เป็นประเพณีที่ผูกโยงกับวัฒนธรรมของคนในชุมชน ตั้งแต่ภูมิปัญญาการทำเทียน ความเชื่อทางศาสนา จังหวัดสามารถนำเรื่องราวต่าง ๆ ที่มีมาผูกโยงร้อยเรียงกันเป็นเรื่องราวในเทศกาลให้น่าสนใจได้

อีกประการสำคัญของการยกระดับเมืองด้วยเทศกาลคือ เทศกาลนั้นต้องปลุก “ทั้งเมือง” ได้ เทศกาลดนตรีหรือศิลปะในไทยมักให้ความสำคัญแค่พื้นที่รอบ ๆ สถานที่จัดงาน แต่ไม่ได้เชื่อมโยงไปถึงชุมชน หากสามารถสร้างเทศกาลที่ทำให้ผู้ประกอบการร้านอาหารหรือที่พักอาศัยในชุมชนมาร่วมมือกันได้ ย่อมสร้างผลกระทบทางเศรษฐกิจได้อย่างมหาศาล ซึ่งจะเกิดผลลัพธ์เช่นนี้ได้ต้องได้รับความร่วมมือจากภาครัฐและภาคเอกชนในพื้นที่ ทั้งนี้ ภาครัฐควรอยู่ในบทบาทของผู้สนับสนุน เช่น เทศกาลละครนานาชาติซีบิว (Sibiu International Theatre Festival) ในโรมาเนีย ผู้จัดคือมหาวิทยาลัย ขยายไปสู่หน่วยงานเอกชน และภาครัฐเป็นที่ปรึกษาหรือผู้สนับสนุน
 
เมืองไมซ์ภูมิภาคมีศักยภาพในการจัดเทศกาลและยกระดับเมืองผ่านเทศกาล ในช่วงเวลาที่การเดินทางในประเทศกำลังจะกลับมาเป็นที่นิยมอีกครั้ง นักเดินทางต่างชาติยังเดินทางเข้ามาไม่ได้ นักเดินทางในประเทศจะเป็นกลุ่มเป้าหมายสำคัญ ถ้าทำให้พวกเขาได้รับประสบการณ์ในท้องถิ่นที่แปลกใหม่ น่าสนใจ อาจถึงเวลาที่เมืองไมซ์จะหยิบยกนำวัฒนธรรมประเพณีของตนเองมาปัดฝุ่น ยกระดับปรับวิธีคิด เน้นความร่วมมือจากชุมชนและภาคเอกชน เพื่อผลักดันให้ประเพณีดั้งเดิมกลายเป็นจุดขายของเมือง สร้างความหมายใหม่ให้จุดหมายปลายทางเดิม ให้นักเดินทางต้องแวะเวียนกลับมาอีกครั้ง



แหล่งข้อมูล
 

Recently Blog

เจาะลึกเทรนด์อุตสาหกรรมไมซ์
หลังโควิด-19: ท่องเที่ยวสุขภาพ
และกิจกรรมกลางแจ้ง

MICE Intelligence Team

ในชีวิตวิถีใหม่ ผู้คนหันมาใส่ใจเรื่องสุขภาพและการออกไปทำกิจกรรมนอกสถานที่มากขึ้น นี่คือโอกาสของไมซ์ไทยเพื่อมัดใจนักเดินทางในยุคหลังโควิด - 19 ไอเดียของกิจกรรมเชิงสุขภาพ และกิจกรรมกลางแจ้งหลังจากนี้จะเป็นอย่างไร มาลองดูกัน

แนะนำสองวิทยากรที่จะมาพูดคุย
ถึงโอกาสในการพลิกฟื้น
เศรษฐกิจไทยผ่านงานแสดงสินค้า
ในงาน MICE Intelligence Talk #4

MICE Intelligence Team

มาทำความรู้จัก “คุณภูษิต ศศิธรานนท์” กรรมการผู้จัดการ Expolink Global Network และ “คุณเทพวรรณ์ เตียมไธสง” กรรมการผู้จัดการ MICE Solution (Thailand) สองวิทยากรที่จะมาร่วมพูดคุยถึงโอกาสและความสำเร็จในการพลิกฟื้นเศรษฐกิจไทยผ่านการจัดงานแสดงสินค้าในภูมิภาค

เจาะลึกเทรนด์อุตสาหกรรมไมซ์
หลังโควิด-19: ตลาดระยะใกล้
และจุดหมายปลายทางในประเทศ

MICE intelligence Team

หลังสถานการณ์โควิด-19 ดีขึ้น นักเดินทางจะกลับมาเดินทางอีกครั้ง โดยเฉพาะตลาดระยะใกล้และจุดหมายปลายทางในประเทศ เป็นโอกาสสำคัญที่ไมซ์ไทยจะเปิดรับนักเดินทางจากบ้านใกล้เรือนเคียง และเตรียมความพร้อมสร้างโอกาสต้อนรับนักเดินทางในประเทศ