AI Summary
Sport Event เชื่อมเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว ไมซ์ และคุณภาพชีวิต โดย Festival Creative Lab 2025 ที่บางแสนสร้างผลกระทบ 512 ล้านบาท
เขาหลักพังงากำลังพัฒนาเป็นเมืองกีฬาแห่งทะเลอันดามันผ่านเซิร์ฟและ Khaolak Grom Patrol
แนวคิด Open MICE Experience และ MICE in Nature รวมกิจกรรม ชุมชน และเศรษฐกิจ เพื่อสร้างระบบเศรษฐกิจจากธรรมชาติ
ไทยพัฒนาเมืองด้วย Sport Event Cluster บูรณาการ Conference + Sport Festival + Cultural Experience และใช้ Data-Driven Impact Assessment
Spartan Race Thailand 2025 คาดดึงนักท่องเที่ยว 60 ประเทศ และหมุนเวียน 1,500 ล้านบาท พร้อมเสริมภาพลักษณ์ไทยเป็น Sport & MICE Destination
เมื่อความรักในกีฬาของคนกลุ่มเล็ก ๆ กลายเป็นแรงขับเคลื่อนระดับโลก… เขาหลัก จังหวัดพังงา กลายเป็นเวทีที่แสดงให้เห็นว่าการจัดงานไมซ์ด้านกีฬาสามารถสร้างปรากฏการณ์ทางเศรษฐกิจและสังคม ผ่านความมุ่งมั่นในการสร้างคอมมิวนิตี้ และการปรับความเข้าใจกับชุมชน จนเกิดเป็นเทศกาลกีฬาเชิงสร้างสรรค์ที่ผสานธรรมชาติ ชุมชน และวัฒนธรรมท้องถิ่น
คลื่นลูกใหม่ของเศรษฐกิจไทย ด้วยพลังของ Sport Event
Sport Event เป็นหนึ่งในกลไกและเครื่องมือเชื่อมโยง “เศรษฐกิจ การท่องเที่ยว การจัดงานไมซ์ และคุณภาพชีวิตของผู้คน” ข้อมูลสำคัญที่ได้จากงาน Festival Creative Lab 2025 ที่จัดขึ้นเมื่อเดือนกันยายน 2025 ณ Glowfish Sathorn ได้เผยว่าการจัดงานวิ่งที่บางแสนสามารถดึงดูดนักเดินทางเชิงกีฬาจากทั่วโลกให้บินตรงมาประเทศไทยเพื่อเข้าร่วมงาน สร้างผลกระทบทางเศรษฐกิจได้ถึง 512 ล้านบาท เป็นบทพิสูจน์ว่า การสร้างแรงดึงดูดด้วยกีฬาสามารถสร้างผลตอบแทนที่คุ้มค่า นอกจากนี้ ประเทศไทยเป็นพื้นที่ที่มีจุดแข็งจากความหลากหลายทางภูมิประเทศสามารถรองรับกิจกรรมได้ครบทุกรูปแบบ ทั้งกีฬาทางบก และทางน้ำ โดยหนึ่งในตัวอย่างที่กำลังได้รับความสนใจมากขึ้นเรื่อย ๆ คือ “กีฬาเซิร์ฟ” ณ เขาหลัก จังหวัดพังงา ที่กำลังจะถูกผลักดันให้เป็นเมืองรอง และเป็น Surf Town แห่งแรกของประเทศไทย
_1767601628466.jpg)
“เขาหลัก” จังหวัดพังงา เมืองที่เคยเงียบเหงากลับกลายเป็นแหล่งเซิร์ฟสุดคลูของประเทศไทย
“เขาหลัก” จังหวัดพังงา ได้กลายเป็นหมุดหมายใหม่ของนักท่องเที่ยวสายสปอร์ต โดยเฉพาะผู้ที่ชื่นชอบการโต้คลื่นจากทั่วโลก ด้วยศักยภาพของชายหาดที่มีคลื่นสวยตลอดปี เหมาะสำหรับการเล่นเซิร์ฟทั้งระดับมือใหม่และมืออาชีพ อีกทั้งยังมีชุมชนท้องถิ่นที่อบอุ่นและตั้งใจต้อนรับนักเดินทางอย่างเป็นมิตร เขาหลักจึงไม่เพียงเป็นพื้นที่เชิงธรรมชาติเท่านั้น แต่ยังมีศักยภาพที่จะพัฒนาเป็น “เมืองกีฬาแห่งทะเลอันดามัน” (Andaman Sport City) ที่สามารถสร้างรายได้อย่างยั่งยืนให้กับชุมชนในระยะยาว หัวใจสำคัญของการเปลี่ยนผ่านนี้ คือการจัดงานแข่งขันโต้คลื่นเยาวชนระดับภูมิภาค “Khaolak Grom Patrol” ซึ่งกลายเป็นกรณีศึกษาสำคัญของแนวคิด “MICE เพื่อการพัฒนาเมือง” (MICE for Local Impact) ที่แสดงให้เห็นว่า “กิจกรรมเฉพาะกลุ่ม” สามารถต่อยอดให้กลายเป็นระบบนิเวศทางเศรษฐกิจที่สร้างประโยชน์ให้กับทุกภาคส่วนได้อย่างแท้จริง
_1767601693084.jpg)
อย่างไรก็ตาม ต้นกำเนิดของงาน Grom Patrol เริ่มต้นที่เกาะบาหลี ประเทศอินโดนีเซีย ซึ่งเป็นที่รู้จักในฐานะศูนย์กลางวัฒนธรรมเซิร์ฟระดับโลก แต่เมื่อ คุณทวีโรจน์ เอี๋ยวพานิช (คุณต๊ะ) เจ้าของเพจ Surfing Holiday และทีม Khaolak Surfing Community ได้นำรูปแบบการจัดงานนี้มาพัฒนาต่อและจัดขึ้นที่เขาหลัก งานกลับได้รับเสียงตอบรับอย่างอบอุ่นและมีขนาดที่ใหญ่กว่างานต้นฉบับถึง 3 เท่า ทั้งในแง่ของจำนวนผู้เข้าร่วม การหมุนเวียนทางเศรษฐกิจในพื้นที่ และการสร้างความร่วมมือกับภาคธุรกิจท้องถิ่น กรณีของ Khaolak Grom Patrol จึงเป็นตัวอย่างที่สะท้อนให้เห็นว่า กิจกรรมกีฬา (Sport Event) สามารถทำหน้าที่เป็น “เครื่องมือขับเคลื่อนเมือง” ที่ทรงพลัง สร้างรายได้ สร้างความร่วมมือระหว่างภาคส่วน และสร้างความภาคภูมิใจให้กับคนในชุมชนอย่างยั่งยืน ซึ่งสอดคล้องกับแนวทางการพัฒนาเมืองผ่านอุตสาหกรรมไมซ์ของประเทศไทย ที่มุ่งเน้นการใช้กิจกรรมคุณภาพในการยกระดับเศรษฐกิจท้องถิ่นและส่งเสริมภาพลักษณ์ประเทศในระดับนานาชาติ
_1767601720412.jpg)
นอกจากนี้ สิ่งที่ทำให้ “Khaolak Grom Patrol” แตกต่างจากงานแข่งขันทั่วไป คือการออกแบบประสบการณ์แบบ “Festival Economy” ซึ่งไม่ได้เน้นแค่ในเรื่องของการแข่งขัน แต่ได้สร้างสรรค์กิจกรรมรอบด้าน เช่น เวิร์กชอปสอนเล่นเซิร์ฟสำหรับมือใหม่โซนอาหารและสินค้าชุมชน มินิคอนเสิร์ตและกิจกรรมบันเทิงริมชายหาด การมีส่วนร่วมของโรงแรมและร้านค้าในพื้นที่ที่ออกแบบโปรโมชั่นเฉพาะช่วงงาน กิจกรรมดังกล่าวสะท้อนแนวคิดของ “Open MICE Experience” การเปิดพื้นที่ให้ทุกภาคส่วนเข้ามามีส่วนร่วม ทั้งผู้จัดงาน ภาคธุรกิจ และชุมชนในฐานะเจ้าบ้าน และยังเป็นภาพสะท้อนของการออกแบบงานไมซ์รูปแบบใหม่ MICE in Nature ที่สร้าง “ระบบเศรษฐกิจจากธรรมชาติ” (Nature-based Economy) สิ่งที่เกิดขึ้นที่เขาหลักคือการบูรณาการของ 3 พลังหลัก กิจกรรม (Activity) – ใช้กีฬาเป็นจุดร่วมดึงดูด ชุมชน (Community) – ให้คนท้องถิ่นเป็นเจ้าของงานและผู้ร่วมสร้าง เศรษฐกิจ (Commerce) – เชื่อมโยงธุรกิจขนาดเล็กและกลางเข้ากับการท่องเที่ยวเชิงประสบการณ์ นี่คือแนวทางของ “MICE เพื่อการสร้างเมืองอย่างยั่งยืน” ที่ไม่จำกัดอยู่แค่ห้องประชุมหรือศูนย์ประชุม แต่ขยายสู่พื้นที่ธรรมชาติที่มีศักยภาพทางวัฒนธรรมและไลฟ์สไตล์

Sport Event กำลังกลายเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญในระบบนิเวศของอุตสาหกรรมไมซ์ไทย และยังทำหน้าที่เป็น “City Enabler” กลไกเชื่อมโยงการพัฒนาเมือง โดยประเทศไทยเริ่มใช้ “กิจกรรมไมซ์ด้านกีฬา” เป็นเครื่องมือในการผลักดัน Event Economy ตัวอย่างเช่น งาน “Amazing Spartan Race Thailand 2025” ที่คาดว่าจะดึงดูดนักเดินทางเชิงกีฬาจากกว่า 60 ประเทศทั่วโลก และสร้างเม็ดเงินหมุนเวียนในเศรษฐกิจกว่า 1,500 ล้านบาท สะท้อนศักยภาพของไทยในการจัดกิจกรรมระดับโลกที่มีผลต่อระบบเศรษฐกิจหลายมิติ ตั้งแต่โครงสร้างพื้นฐาน การจ้างงาน ไปจนถึงการสร้างภาพจำใหม่ให้เมืองในฐานะ “Destination of Experience”
การเติบโตของ Sport Event ยังสะท้อนทิศทางการพัฒนาไมซ์ไทยที่กำลังขยายจาก “การจัดงาน” สู่ “การออกแบบเมือง” ผ่านกิจกรรมที่เชื่อมโยงผู้คน วัฒนธรรม และเศรษฐกิจในพื้นที่เข้าด้วยกันอย่างมีกลยุทธ์ เพราะเมืองสามารถใช้กิจกรรมกีฬาเป็นเครื่องมือสร้างการมีส่วนร่วมของชุมชน พัฒนาเศรษฐกิจฐานราก และเสริมภาพลักษณ์เชิงนานาชาติได้พร้อมกัน ซึ่งการพัฒนา Sport Event Cluster ในเมืองรองจึงถือเป็นสิ่งสำคัญ โดยเชื่อมโยงกับ Tourism และ MICE ผ่านโปรแกรมคู่ขนาน เช่น Conference + Sport Festival + Cultural Experience จะช่วยเพิ่มมูลค่าการใช้จ่ายต่อหัวของนักเดินทางเชิงกีฬา ขณะที่การสร้าง Data-Driven Impact Assessment จะช่วยให้สามารถวิเคราะห์ ROI และผลกระทบเชิงกลยุทธ์ เพื่อนำไปวางแผนงานต่อเนื่องได้อย่างแม่นยำ พร้อมกันนี้ การใช้ Sport Event ในการสร้าง Branding ระดับโลก ผ่านการจัดงานระดับนานาชาติ, Media Coverage และแคมเปญการตลาด จะเสริมภาพลักษณ์ไทยให้เป็น Sport & MICE Destination ที่ครบวงจรและยั่งยืน
