การพัฒนาเมืองสู่ความเป็น Smart City จำเป็นต้องอาศัยทรัพยากรอย่างมหาศาลมาเป็นต้นทุน ซึ่งจะมีผลที่ตามมาคือ เกิดภาวะขาดแคลนทรัพยากรธรรมชาติ เราจึงจำเป็นต้องให้ความสำคัญกับการออกแบบเมืองบนพื้นฐานของความเข้าใจธรรมชาติมากขึ้น โดยนำองค์ความรู้ทางความคิดและนวัตกรรมมาปรับใช้เพื่อรักษาสมดุลระหว่างการพัฒนาเมืองและธรรมชาติไปพร้อม ๆ กัน

ลองมามองบทสัมภาษณ์หลากมุมคิดโดย ‘รศ.ดร.พนิต ภู่จินดา’ นายกสมาคมนักผังเมืองไทย ผู้อำนวยการศูนย์สร้างเสริมสุขภาวะเมือง (Healthy Space Forum) และหัวหน้าภาควิชาการวางแผนภาคและเมือง คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กับการวิเคราะห์โจทย์ใหญ่ของการออกแบบเมืองในทุกวันนี้


3 สิ่งสำคัญที่ต้องคำนึงในการออกแบบเมือง

“สำหรับการออกแบบเมือง สิ่งสำคัญที่ต้องคำนึงถึงมี 3 เรื่องใหญ่ ได้แก่ สภาพแวดล้อมในเชิงกายภาพ การพัฒนาเศรษฐกิจ และการพัฒนาสังคม ทั้งสามสิ่งเป็นวงล้อที่เชื่อมโยงและเกี่ยวพันกัน เพราะเมื่อสิ่งหนึ่งเปลี่ยน ก็จะดึงให้อีกสิ่งเปลี่ยนไปด้วย”

นอกจากนี้การปรับเปลี่ยนให้ทันตามยุคสมัยก็เป็นสิ่งสำคัญ

“สมัยก่อนคนส่วนใหญ่อยู่ในชนบท ผลิตอาหารเพื่อกินเองและผลิตของใช้ในชีวิตประจำวัน เพื่อให้มีชีวิตรอดและผ่านพ้นฤดูกาลต่าง ๆ ไปได้ แต่ปัจจุบันมีการย้ายถิ่นฐานมาอยู่อาศัยในเมือง เกิดความหนาแน่นสูงขึ้น จนเกิดของเสียและมลภาวะ ระบบการย่อยสลายจึงจัดการไม่ทัน การวางผังเมืองเพื่อจัดการระบบสาธารณูปโภคและการจัดการโครงสร้างพื้นฐาน รองรับสุขอนามัยของคนเมืองจึงเป็นสิ่งที่ทุกยุคทุกสมัยต้องคำนึง”

ขณะที่มีตัวอย่างพื้นที่ที่เกิดโรคระบาดจำนวนมาก เนื่องจากมีการวางผังเมืองอย่างไม่เพียงพอ การพัฒนาสังคมและการมีโครงสร้างพื้นฐานที่ดีจึงเป็นสิ่งสำคัญ

“เกิดโรคระบาดที่เป็นภัยคุกคามสุขภาพของมนุษย์ โดยสมมติฐานหนึ่งพบว่า เมืองที่มีความเสี่ยงเกี่ยวกับสุขอนามัย มักเกิดจากการขาดการออกแบบและโครงสร้างพื้นฐานที่ดี ทั้งที่พักอาศัย อาคารบ้านเรือนที่มีการแบ่งพื้นที่ส่วนตัวและส่วนรวมอย่างเหมาะสม การมีพื้นที่สีเขียวอย่างเพียงพอ รวมถึงโครงสร้างการจราจร การสัญจร ระบบน้ำ ฯลฯ ซึ่งต่างมีผลต่อคุณภาพอากาศและน้ำ เห็นตัวอย่างได้จาก ในภาคพื้นยุโรปและอเมริกา พบผู้ติดเชื้อ 70% เป็นคนยากจนที่อยู่ในชุมชนแออัด ส่วนผู้ที่อยู่ในพื้นที่ซึ่งมีความหนาแน่นสูง แต่มีการวางผังเมืองและการออกแบบที่ดี กลับติดเชื้อเพียงแค่ 30% ดังนั้น การวางแผนพื้นที่และโครงสร้างพื้นฐานไม่เพียงพอจึงเป็นโจทย์ให้แต่ละเมืองต้องหันกลับมาแก้ไขและจัดการให้ดีขึ้น”

Smart Thinking, Smart แบบไม่ใช้เทคโนโลยี

เราสามารถพัฒนาเมืองให้เป็น Smart City ได้ จาก “ระบบวิธีคิดสุด Smart” หรือ Smart Thinking ใช้เพียงแนวคิด และไม่จำเป็นต้องใช้เทคโนโลยีก็ได้ นำมาพัฒนาระบบคุณภาพชีวิตของชุมชน ตัวอย่างเช่น

“คนยุโรปมีคุณภาพชีวิตที่ดี เพราะมี Smart Thinking ด้วยระบบวิธีคิด การจัดการทำงานให้มีคุณภาพและประสิทธิภาพสูงสุด เช่น ชาวเยอรมันทำงานน้อยที่สุดเฉลี่ยสัปดาห์ละ 35 ชั่วโมง หรือวันละ 7 ชั่วโมง ด้วยแนวคิดที่ให้มีเวลากลับไปพักผ่อน ไปใช้ชีวิตให้มีคุณภาพ มีเวลาออกกำลังกาย หรืออยู่บ้านสร้างครอบครัว
 
“หรือการที่กระทรวงพาณิชย์ของญี่ปุ่นประกาศเปลี่ยนขนาดข้าวสารที่วางขายทั่วไปจากขนาดมาตรฐาน 2,000 กรัม ลดให้เหลือ 300 กรัม เพื่อตอบสนองชีวิตเมืองที่อยู่คนเดียว และเพื่อให้ใช้ของอย่างคุ้มประโยชน์และมีอัตราการทิ้งน้อยลง ขนาดที่ลดลงจึงเหมาะสำหรับการกินหมดภายในวันเดียว จะได้ไม่มีของเหลือเป็นขยะ”

และเมื่อ‘เทคโนโลยี’ ส่งเสริมความ ‘Smart’

มีหลายตัวอย่างทั่วโลกที่ชี้ให้เห็นว่า เทคโนโลยีมีส่วนช่วยผลักดันสู่ความเป็น Smart City ตัวอย่างเช่น เกาหลีใต้ ได้ใช้สมาร์ตเทคโนโลยีติดเซ็นเซอร์ในระบบไฟฟ้าและน้ำประปา เพื่อตรวจสอบความปลอดภัยจากระดับน้ำหรือไฟในอาคารของผู้สูงอายุที่อาศัยอยู่ลำพัง โดยระบบได้เชื่อมต่อกับสถานีตำรวจหรือสถานพยาบาล

หรืออาจใช้วิธีคิดที่ Smart นำเทคโนโลยีมาส่งเสริมระบบ Cashless Society       (สังคมไร้เงินสด) เนื่องจากบางพื้นที่ยังมีผู้คนที่เข้าไม่ถึงการใช้เทคโนโลยีนี้อีกมาก เราอาจนำระบบอื่น ๆ มาใช้แทน เช่น Face Payment (ระบบจ่ายเงินด้วยใบหน้า) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของเทคโนโลยี Face Recognition หรือการชำระเงินด้วยระบบยืนยันตัวตนผ่านการใช้เสียง (Voice Payment) เป็นต้น


Smart Environment กับสถานการณ์ปัจจุบัน

จากมุมมองของ รศ.ดร.พนิต มองว่าสถานการณ์ปัจจุบันต้องให้ความสำคัญกับวิถีชีวิตแบบใหม่ เทคโนโลยี สุขอนามัย พื้นที่สาธารณะ และการจัดสรรพื้นที่ หรือสถาปัตยกรรมเมือง

“ผมมองว่าหลังจากนี้สิ่งที่เป็นวิถีชีวิตใหม่และเทคโนโลยีจะต้องได้รับการสรุปให้เป็นมาตรฐาน หรืออาจถึงขั้นยกระดับเป็นกฎหมาย โดยเฉพาะการคำนึงถึงสุขอนามัยเป็นเรื่องพื้นฐานของทุกเมือง มีการคาดการณ์กันว่าต่อไปพื้นที่ส่วนตัวจะเล็กลง และพื้นที่ส่วนรวมจะมากขึ้น พื้นที่สาธารณะจะถูกใช้มากขึ้น”
 
นอกจากนี้การคำนึงถึงสถานการณ์ปัจจุบัน และการปรับตัวกับสถานการณ์ก็เป็นสิ่งสำคัญ จะเห็นได้ว่ามีมุมมองในเรื่องของการรักษาระยะห่าง และการออกแบบตำแหน่งจุดติดตั้งอุปกรณ์ต่าง ๆ เพื่อรับมือกับสถานการณ์ Covid-19

“เมื่อมีการออกแบบพื้นที่ที่ดี จะทำให้เกิดการระบายอากาศได้ดี มีระยะห่าง และทำความสะอาดง่ายกว่า มีการคาดการณ์ว่า ต่อไปการเข้าออกอาคาร หรือแม้แต่การออกแบบสถาปัตยกรรมเมืองและอาคารต่าง ๆ จะเปลี่ยนไป อาจต้องคำนึงถึงการออกแบบตำแหน่งจุดติดตั้งเครื่องสแกนอุณหภูมิ มีการออกแบบระยะห่างที่เหมาะสม รวมถึงคำนึงถึงระบบปรับอากาศภายในอาคารที่ถูกสุขอนามัยมากขึ้น”

“สำหรับโซนนอกเมือง หลาย ๆ เมืองมี ‘Pocket Park’ เป็นพื้นที่กึ่งสาธารณะใช้เป็นสถานที่จัดงานหรือจัดอีเวนต์ได้ โดยมีกลไกเอาพื้นที่ส่วนตัวไปใช้อย่างส่วนรวม เช่น ญี่ปุ่นมีเครื่องมือที่เรียกว่า Privately Owned Public Open Space (POPS) รัฐอาจสร้างแรงจูงใจให้เอกชนมีพื้นที่สีเขียวที่ผ่านการรับรองแบบที่ถูกต้อง โดยแลกกับการได้รับสิทธิ์ในการสร้างอาคารที่มีจำนวนชั้นสูงขึ้น และมีการพัฒนาร่วมกันในที่สุด”

“สิ่งต่อมา คือ ความสมาร์ตในด้านลดการสัมผัส ด้วยการจำกัดระยะห่าง ตีตาราง กำหนดวิธีการและเขตการยืนโดยสาร พร้อมทั้งมีอุปกรณ์อื่นกดปุ่มลิฟต์เพื่อลดการสัมผัสโดยตรง นอกจากนี้อาจมีวิธีเพื่อเลี่ยงการรวมคนเข้าไปอยู่แออัดในลิฟท์จำนวนมาก ด้วยการเพิ่มจำนวนลิฟต์ แต่ด้วยวิธีคิดแบบ Smart สามารถช่วยจัดการปัญหาได้โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายสูง เช่น ออฟฟิศอาจส่งเสริมให้พนักงานวัยหนุ่มสาวเดินขึ้นลงบันไดแทน อาจมอบสิ่งจูงใจเป็นค่าตอบแทนเพิ่มขึ้น ส่วนธุรกิจและอุปกรณ์ในระบบแชร์ริ่งต่าง ๆ เช่น การใช้รถยานพาหนะ ที่พักที่อยู่รวมกัน โคเวิร์กกิ้งสเปซ รวมถึงระบบขนส่งมวลชนที่มีผู้ใช้จำนวนมาก อาจต้องปรับเปลี่ยนวิธีคิดครั้งใหญ่ เพื่อรองรับกับวิถีใหม่ที่เกิดขึ้น และให้ความสำคัญกับเรื่องสุขอนามัย ความสะอาด และสิ่งแวดล้อม”

Smart Environment กับการสร้างประสบการณ์ร่วมให้กับธุรกิจ MICE

เมื่อนักเดินทางไมซ์ในยุคนี้เริ่มเปลี่ยนวิถีการมาเข้าร่วมงานด้วยการมีประสบการณ์ร่วม มีการเข้าถึงในส่วนท้องถิ่นมากขึ้น และมาพักอาศัยในระยะเวลาที่ยาวนานขึ้น

“ในยุคหลัง ๆ การเดินทางของผู้คนเปลี่ยนไปจากการเยี่ยมชมกลายเป็นการมีประสบการณ์ร่วมมากขึ้น เมื่อกลุ่มนักเดินทางไมซ์เข้ามาเพื่อทำงานประชุมและท่องเที่ยวในคราวเดียวกัน ทุกสิ่งย่อมต้องขยายตัวมากขึ้นในทุกมิติ การตั้งรับของเมืองจึงต้องมีการจัดการที่ดี การจัดงานจึงไม่ได้เน้นแค่เพียงจำนวนและรายได้จากนักเดินทางไมซ์เพียงอย่างเดียว แต่ต้องคำนึงถึงคุณภาพและการกระจายรายได้ไปสู่ส่วนอื่น ๆ ด้วย”


นอกจากนี้จะเห็นว่า นักเดินทางไมซ์ต่างพากันเข้าถึงท้องถิ่นมากขึ้น โดยมีการอยู่หรือพักอาศัยในระยะเวลาที่ยาวนานขึ้น ฉะนั้นในส่วนท้องถิ่นนั้นจำเป็นต้องมีความสามารถรับรองเรื่องพื้นฐานได้ ตั้งแต่ในเรื่องของสิ่งแวดล้อม น้ำ อากาศ การจัดการขยะ ระบบขนส่งมวลชน ฯลฯ ทุกอย่างต้องปรับเปลี่ยนไปในทุกส่วน สิ่งสำคัญที่ผู้จัดงานควรคำนึงก็คือ จะทำอย่างไรให้งานนั้นมีเอกลักษณ์และอัตลักษณ์ที่น่าประทับใจมากที่สุด โดยอาจนำเรื่องของสิ่งแวดล้อมมาปรับใช้ด้วยวิธีที่ Smart ด้วยก็น่าสนใจ โดยในสถานการณ์เช่นนี้ ทั้งในส่วนของไมซ์และในส่วนของภาคท้องถิ่นเองต่างต้องช่วยส่งเสริมซึ่งกันและกัน

จะเห็นว่า เมืองที่มีศักยภาพในยุคนี้จึงไม่ใช่เพียงการมองแค่ความก้าวหน้าหรือความยั่งยืนเท่านั้น แต่ต้องใส่ใจรายละเอียดของเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม รวมถึงคุณภาพชีวิตของผู้คน ทั้งผู้อาศัยและผู้มาเยือนให้มากขึ้นด้วย โดยอาศัยระบบวิธีคิดที่ดี ประกอบกับการออกแบบโครงสร้างพื้นฐานของเมืองที่ได้มาตรฐาน ประยุกต์ให้เข้ากับสถานการณ์ปัจจุบัน และนำเทคโนโลยีมาส่งเสริมและผลักดันให้กลายเป็นเมืองที่สมาร์ตที่สุด

แหล่งข้อมูล

Recently Blog

The Hype cycle for Virtual and
Hybrid Exhibitions

MICE Intelligence Team

The "Hype Cycle" model, that is commonly called "Gartner Curve" is a graphical representation of the life cycle stages a technology goes through from conception to maturity and widespread adoption.

Green Stockholm
ไอเดียรักษ์โลก
ของเมืองสุดกรีน ‘สตอกโฮล์ม’

MICE Intelligence Team

‘สตอกโฮล์ม’ เมืองหลวงและเมืองที่ใหญ่ที่สุดของสวีเดน ได้รับรางวัล ‘เมืองหลวงที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมแห่งแรกของยุโรป’ (European Green Capital) และมีนโยบายจะเลิกใช้เชื้อเพลิงฟอสซิลให้ได้ภายในปี 2040

The City in Vision
ออกแบบเมือง
Smart
โดย รศ.ดร.พนิต ภู่จินดา

MICE Intelligence Team

การออกแบบเมือง สิ่งสำคัญที่ต้องคำนึงถึงมี 3 เรื่องใหญ่ ได้แก่ สภาพแวดล้อมในเชิงกายภาพ การพัฒนาเศรษฐกิจ และการพัฒนาสังคม ทั้งสามสิ่งเป็นวงล้อที่เชื่อมโยงและเกี่ยวพันกัน เพราะเมื่อสิ่งหนึ่งเปลี่ยน ก็จะดึงให้อีกสิ่งเปลี่ยนไปด้วย