“โครงการธนบุรีมีคลอง”  คือ โครงการออกแบบพัฒนาเมืองอย่างสร้างสรรค์และยั่งยืนในพื้นที่เขตธนบุรี โดยมีทีมนักออกแบบร่วมกันสร้างเครือข่ายและระบบฐานข้อมูลพัฒนาพื้นที่แถบคลองที่ออกแบบโดยการผสมผสานเทคโนโลยีดิจิทัล สร้างแพลตฟอร์มโมเดลเพื่อพัฒนา และแก้ปัญหาสังคมในพื้นที่คลองธนบุรี โดยโครงการนี้เกิดจากความร่วมมือของสถาบันอาศรมศิลป์ เครือข่ายชุมชนริมน้ำในพื้นที่ธนบุรี และภาคส่วนต่าง ๆ ที่สนใจฟื้นฟูและพัฒนาเครือข่ายคลอง โดยการริเริ่มและสนับสนุนโดยสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ หรือ NIA ภายใต้ โครงการย่านนวัตกรรม (Innovation District)

ยิ่งยง ปุณโณปถัมภ์ 
สถาปนิกชุมชนจากสถาบันอาศรมศิลป์ หนึ่งในผู้ริเริ่มโครงการ ให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับโครงการเพื่อแก้ปัญหาชุมชน อาศัยทักษะการออกแบบ โดยมีจุดประสงค์ในการสร้างแพลตฟอร์มเพื่อสานประโยชน์ให้กับทุกฝ่ายอย่างเท่าเทียมกัน


จุดเริ่มต้นของโครงการ
“ปี 2554 ช่วงที่กรุงเทพฯ น้ำท่วมใหญ่ ผู้ก่อตั้งอาศรมศิลป์จึงชวนไปสำรวจคลอง โดยเริ่มลงเรือที่วัดไทรเลาะไปตามคลองถึงบางบอน ล่องคลองบางมด เป็นการสัญจรที่ทำให้เห็นความงดงามที่ซ่อนอยู่ ได้เห็นทั้งบ้านเก่าริมคลองที่มีโครงสร้างสถาปัตยกรรมที่มีเสน่ห์ วัดเก่าแก่ และธรรมชาติที่ยังคงอยู่เยอะมาก ผมจึงเริ่มสนใจเรื่องคลอง และพบว่าชุมชนที่อาศัยอยู่ริมคลองนั้นต้องมีการจัดการและจัดสรรพื้นที่ส่วนกลางสำหรับสาธารณประโยชน์ รวมถึงการจัดระบบการขนส่งที่เหมาะสม ผมได้รู้จักเครือข่ายริมคลองและกลุ่มรักษ์บางประทุน ซึ่งเป็นชุมชนเกษตรกรรมมากว่าร้อยปี และร่วมกันสร้าง “โครงการฟื้นฟู เมืองและย่านชุมชนเก่า” โดยเกิดจากความร่วมมือจากหลาย ๆ ฝ่ายในการสร้างแพลตฟอร์มเพื่อขับเคลื่อนโครงการ

ต่อมาปี 2561 ผมและทีมได้เสนอโครงการ “ธนบุรีคลองสร้างสรรค์” ให้ธนบุรีเป็นต้นแบบของคลองที่สร้างสรรค์และยั่งยืนพร้อมไปกับเมือง นำเสนอแพลตฟอร์มที่นำชุมชนมาร่วมกันสร้างโมเดลเพื่อพัฒนา และแก้ปัญหาสังคมในพื้นที่คลองธนบุรี บนพื้นฐานของข้อมูลและการสร้างเครือข่ายสังคม พยายามผลักดันโมเดลให้เกิดขึ้นจริงจากการทำงานของเครือข่ายสังคม”

กระบวนการคือสิ่งสำคัญ มากกว่าหลักการ
“ผมมองว่าหัวใจที่แท้จริง คือการที่สมาชิกและเครือข่ายร่วมกันหาทางออกให้กับปัญหาภายในชุมชน โดยเกิดจากการบูรณาการด้านต่าง ๆ ร่วมกัน ผมอยากเห็นเรื่องแบบนี้ในเมือง มีกลุ่มชุมชนที่เป็นไปในทิศทางเดียวกัน รักษาอะไรบางอย่างเอาไว้ร่วมกัน ผมอาจไม่ได้เชี่ยวชาญเรื่องนี้มาก ไม่ได้มีทฤษฎีตายตัว แต่ผมใช้วิธีเรียนรู้และจัดการ โดยได้แรงบันดาลใจและวิธีการจาก “เครือข่าย คนรักแม่กลอง” ที่เคยมีโอกาสลงพื้นที่กับอาจารย์ สุรจิต ชิรเวทย์”

แพลตฟอร์มเพื่อพัฒนาชุมชน
หนึ่งในเครื่องมือของนวัตกรรมเพื่อสังคม ในการพัฒนาชุมชนอย่างยั่งยืน นั่นก็คือการอาศัย "แพลตฟอร์มต่าง ๆ" เป็นตัวส่งเสริมโครงการ จากการวิเคราะห์และรวบรวมข้อมูล โดยคิดเชิงออกแบบให้ได้ผลลัพธ์ที่หลากหลาย รวมถึงมีการแสดงความคิดเห็น การตกลงเห็นพ้อง และแก้ปัญหาร่วมกัน สิ่งสำคัญคือ การมีเป้าหมายที่ชัดเจน มีความคิดสร้างสรรค์ มองกรอบความคิดและความเป็นไปได้ใหม่ ๆ และอดทนในการเผชิญกับปัญหา


สำหรับโครงการธนบุรีมีคลอง ได้มีการใช้เทคโนโลยีเข้าช่วยสร้างแพลตฟอร์มเพื่อส่งเสริมการพัฒนาชุมชนในหลายรูปแบบ คือ สร้างฐานการมีส่วนร่วมและการเรียนรู้กับคนทั่วไป ผ่านโซเชียลมีเดียและเว็บไซต์ ผ่านเพจ “ธนบุรีมีคลอง” ( https://www.thonburimekhlong.com ) ให้คนนอกพื้นที่ได้เข้าถึงและมีส่วนร่วมกันทางสื่อออนไลน์ ด้วยการเผยแพร่ชุดความรู้ เกร็ดเล็กเกร็ดน้อยที่น่าสนใจ ไปจนถึงกิจกรรมการมีส่วนร่วมต่าง ๆ เช่น กิจกรรมล่องเรือ ทัศนศึกษาทางคลอง ให้เกิดการแลกเปลี่ยนและความร่วมมือ โดยเลือกผู้ที่มาร่วมกิจกรรมจากต่างพื้นที่เพื่อให้เกิดมุมมองที่หลากหลาย 
และมีการจัดทำแผนที่โดยใช้กล้อง 360 องศา สร้างระบบฐานข้อมูลสภาพกายภาพคลอง ซึ่งสามารถดูผ่านเว็บไซต์ได้เลย เช่น ภาพ Canal View แบบเดียวกับ Street View บนฐาน Online Map ที่เปิดให้บุคคลทั่วไปเข้าถึงข้อมูลได้ โดยแสดงรายละเอียด คุณค่า และศักยภาพของคลองแต่ละสาย ที่ถือเป็นเครื่องมือที่ทำให้มนุษย์เข้าถึงข้อมูลและนำไปใช้ได้จริง เมื่อบุคคนทั่วไปสามารถรับข้อมูลเกี่ยวกับโครงการผ่านเครื่องมือดิจิดอลต่าง ๆ ได้อย่างง่ายแล้ว จึงนำมาสู่การฟื้นฟูพื้นที่ชุมชนริมน้ำในรูปแบบใหม่ ๆ ด้วยการเปิดโอกาสให้คนในและคนนอกพื้นที่มีส่วนร่วมทำความเข้าใจ พบปะ แลกเปลี่ยนความคิด และหาแนวทางแก้ปัญหา อันนำไปสู่กลไกการพัฒนาชุมชนที่ทุกคนได้ผลประโยชน์ร่วมกัน

บทบาทของนวัตกรรมเพื่อสังคม ต่อเมืองไทย
“ต้องยอมรับว่าประเทศไทยยังมีฐานข้อมูลอื่น ๆ อีกมากมายที่มีแผนจะทำในอนาคต รวมถึงเราเล็งเห็นว่ายังมีมิติอื่น ๆ ที่ยังหลงเหลืออีกมาก เราจึงอยากทําฐานข้อมูล จากสายตาคนในและคนนอกพื้นที่ นำมาแลกเปลี่ยนความคิดกัน ผมมองว่าถ้ามีโมเดล “คนในอยู่ได้ คนนอกมาดี” คือร่วมกันพัฒนาพื้นที่อย่างสร้างสรรค์และยั่งยืน ให้เกิดการส่งต่อความรู้ วิธีคิด เกิดการแบ่งปันระหว่างคนในกับคนนอกพื้นที่น่าจะเป็นเรื่องดี ที่สําคัญ ทุกความเปลี่ยนแปลง ทุกนวัตกรรมทางสังคมต่างต้องเผชิญกับอุปสรรคและปัญหาต่าง ๆ ที่เข้ามา แต่นั่นหมายถึง การเกิดโอกาสใหม่ ๆ โครงการใหม่ ๆ ที่เมืองไทยยังขาดอยู่ และต้องการสิ่งเหล่านี้มาเติมเต็ม”


อุตสาหกรรมไมซ์ กับการเชื่อมโยงคนในชุมชน
“ผมมีโอกาสทำงานร่วมกับชาวบ้านในพื้นที่ พบว่า หลายคนอยากทําธุรกิจในพื้นที่ ของตัวเอง แต่มีข้อจํากัดด้านทุนทรัพย์ ขาดช่องทางการตลาด ไม่มีความรู้ทางธุรกิจหรือการออกแบบ เราจึงอยากสร้างความเป็นไปได้ให้เกิดขึ้นกับชุมชน ยกตัวอย่างกรณีไอเดีย บ้านพักหลวงราชไมตรี ที่จันทบุรี ที่เกิดการรวมหุ้นกัน ให้ชาวบ้านถือหุ้น 40% ที่เหลือคนนอกพื้นที่ร่วมกันซื้อหุ้น ให้คนในพื้นที่และคนนอกพื้นที่แลกเปลี่ยนกันและสร้างธุรกิจร่วมในชุมชน โดยในจุดนี้ ไมเซอร์ต้องมีความเข้าใจที่ตรงกับความต้องการของชุมชน เคารพการตัดสินใจซึ่งกัน จะทำให้มีส่วนส่งเสริมแพลตฟอร์มนี้ให้ยั่งยืนในอนาคต อย่างไรก็ตาม ยังมีอีกหลายชุมชนที่ไม่ต้องการเปิดรับคนภายนอกพื้นที่ เพราะเคยมีความเสียหายในอดีต จากการขาดการจัดการที่ดี ฉะนั้น สิ่งสำคัญคือ ทุกอย่างควรค่อยเป็นค่อยไป และใช้ความจริงใจในการทำงานร่วมกัน” 

การเปลี่ยนแปลงและพัฒนาชุมชนไปสู่สิ่งที่ดีขึ้น สิ่งสำคัญคือ การร่วมมือกันจากหลาย ๆ ฝ่าย และการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นร่วมกัน ไม่ว่าจะเป็นระหว่างคนในและคนนอกชุมชน โดยการพัฒนาในเรื่องต่าง ๆ นี้จำเป็นต้องใช้เวลา มีการจัดการ และมีเครื่องมือส่งเสริมโครงการที่ดี 


นวัตกรรมทางสังคมและดิจิทัลแพลตฟอร์ม คืออีกหนึ่งเครื่องมือสำคัญที่เป็นตัวช่วยผลักดันและพัฒนาชุมชน ทำให้โครงการนี้เกิดขึ้นจริง ช่วยส่งเสริมโครงการให้บรรลุเป้าหมาย สร้างผลประโยชน์ให้กับทุกฝ่ายอย่างเท่าเทียมกัน รวมถึงสามารถอำนวยความสะดวกต่าง ๆ ทั้งยังช่วยโปรโมทโครงการและชุมชนให้คนนอกได้รู้จักในวงกว้างมากยิ่งขึ้น ผ่านทางแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียและเว็บไซต์

สำหรับไมเซอร์เองสามารถหาโอกาสในการเข้าไปมีส่วนร่วมขับเคลื่อนโครงการนี้ พัฒนาชุมชน โปรโมทโครงการ และร่วมกันแก้ปัญหาได้เช่นกัน ซึ่งจะมีประโยชน์ในการได้พัฒนาชุมชนให้มีคุณภาพชีวิตที่ยั่งยืน โปรโมทการท่องเที่ยวไทย ทั้งยังส่งผลดีต่อภาพลักษณ์ขององค์กรอีกทางหนึ่งด้วย



Recently Blog

Smart Venue…
The Next Solution for MICE
ยกระดับงานอีเวนต์ยุคดิจิทัล
ด้วยสถานที่จัดงานอัจฉริยะ

MICE Intelligence Team

Smart Venue นับเป็นหนึ่งในองค์ประกอบหลัก ที่ช่วยเพิ่มความน่าสนใจและน่าดึงดูดใจให้แก่ผู้ร่วมงาน และเป็นปัจจัยที่สำคัญที่ผู้จัดงานต้องคำนึงถึง

แนวคิดนวัตกรรมเพื่อชุมชน
ด้วยดิจิทัลแพลตฟอร์ม
กับยิ่งยง ปุณโณปถัมภ์

MICE Intelligence Team

“โครงการธนบุรีมีคลอง” คือ โครงการออกแบบพัฒนาเมืองอย่างสร้างสรรค์และยั่งยืนในพื้นที่เขตธนบุรี ออกแบบโดยการผสมผสานเทคโนโลยีดิจิทัล สร้างแพลตฟอร์มโมเดลเพื่อพัฒนา และแก้ปัญหาสังคมในพื้นที่คลองธนบุรี

Social Innovation นวัตกรรม
ทางสังคม กับบทบาทที่กำลัง
มีอิทธิพลมากขึ้น
ต่ออุตสาหกรรมไมซ์ในยุคดิจิทัล

MICE Intelligence Team

นวัตกรรมสังคม ถือเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่จะช่วยเพิ่มโอกาสของผู้ประกอบการขนาดเล็กให้สามารถเข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย ช่วยในการกระจายรายได้สู่ท้องถิ่น และเพิ่มทางเลือกให้แก่กลุ่มลูกค้าไมซ์