ผ่านพ้นไปแล้วกับซีรีส์เว็บบินาร์ครั้งที่ 4 จาก TCEB โดย MICE Intelligence Center กับหัวข้อ “ไมซ์ทั่วไทย: ปลุกตลาดในประเทศด้วยประสบการณ์พิเศษและความคิดสร้างสรรค์” ครั้งนี้อัดแน่นด้วยหัวข้อที่น่าสนใจและวิทยากรมากมายที่มาร่วมพูดคุยแลกเปลี่ยนมุมมองประสบการณ์สำหรับไมซ์ไทยให้ทุกคนได้รับชมผ่าน Live Streaming เมื่อวันจันทร์ที่ 17 สิงหาคม 2563 ที่ผ่านมา
 
อ่าน Recap - MICE Intelligence Talk #4 ไมซ์ทั่วไทย: ปลุกตลาดในประเทศด้วยประสบการณ์พิเศษและความคิดสร้างสรรค์ (Part 
1) ได้ ที่นี่


Festival Economy - การกระตุ้นเศรษฐกิจด้วยการจัดงานเทศกาล
คุณแนน หริสุดา บุญยวัฒน์ผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาการจัดงานเมกะอีเวนท์และเทศกาลนานาชาติ - TCEB ร่วมพูดคุยกับ คุณป้อม บุญเพิ่ม อินทนปสาธน์นายกสมาคมการค้าส่งเสริมการจัดมหกรรมและเทศกาลนานาชาติไทย หรือ TIEFA (Thai International Events & Festivals Trade Associations) ถึงการใช้งานเทศกาลเป็นตัวขับเคลื่อนเศรษฐกิจของเมือง
 
เมื่อเทศกาลไม่ใช่แค่งานรื่นเริง
- ในอดีต ภาพจำของงานเทศกาลคืองานรื่นเริง (เช่น สงกรานต์ ลอยกระทง ฯลฯ) ในปัจจุบัน เทรนด์ของงานเทศกาลได้เปลี่ยนไป กลายเป็นไม่ใช่แค่งานรื่นเริง แต่เป็นงานสร้างประสบการณ์และบ่งบอกตัวตนของผู้ร่วมงาน เช่น เทศกาลดนตรี เทศกาลกีฬา เทศกาลศิลปะ เป็นต้น กลุ่มเป้าหมายหลักคือ กลุ่มมิลเลนเนียล์เป็นส่วนใหญ่ และในแต่ละงาน มูลค่าทางเศรษฐกิจจากการจัดงานเทศกาลนั้นค่อนข้างสูง

- Festival Economy จึงหมายถึง การจัดงานเทศกาลเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจของเมือง การสร้างรายได้เข้าสู่เมือง และนำไปสู่การพัฒนาเศรษฐกิจและสร้างเมืองในมุมต่าง ๆ แต่การจัดเทศกาลในเมือง ๆ หนึ่งไม่ใช่เพียงนำเทศกาลที่เคยประสบความสำเร็จระดับนานาชาติมาจัดที่เมืองนี้ แต่ต้องทำความเข้าใจถึงอัตลักษณ์ของเมือง (City DNA) ให้ดีก่อน

- อัตลักษณ์ของเมืองในการพิจารณาการจัดงานเทศกาล ประกอบได้ด้วย ลักษณะเด่นของเมือง (Unique Selling Point) จุดขายของเมืองมีอะไรบ้าง เช่น ธรรมชาติ วัฒนธรรม ชุมชน ฯลฯ / อัตลักษณ์ของเมือง (City Identity) สิ่งที่สะท้อนถึงเมืองนี้โดยเฉพาะ ซึ่งอัตลักษณ์นี้จะสอดคล้องกับอัตลักษณ์ของผู้เข้าร่วมงานเทศกาลด้วย / การมีส่วนร่วมของชุมชน (Community Engagement) ชุมชนในเมืองมีศักยภาพเท่าไรที่จะเข้ามาช่วยสนับสนุนการจัดงานเทศกาล

- การสร้างงานเทศกาลจึงเริ่มจากการทำความเข้าใจอัตลักษณ์ของเมือง เพื่อนำไปสู่การประสานความร่วมมือระหว่าง เมือง ชุมชน ผู้จัดงาน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมกันออกแบบงานเทศกาลให้เข้ากับเมืองและให้เข้ากับความต้องการของกลุ่มเป้าหมาย เมื่อเทศกาลมีความเฉพาะและส่งเสริมภาพลักษณ์ที่โดดเด่นของเมืองแล้ว สิ่งที่ตามมาคือการสร้างฐานแฟน (Fanbase) ให้เขาติดตามงานเทศกาลและเมือง และสิ่งสุดท้ายคือ หลังจบงานเทศกาลแล้ว เราฝากอะไรไว้ให้กับเมืองบ้าง (Legacy)

เมืองไทยจัดงานเทศกาลอะไรได้บ้าง
- มีงานเทศกาลอยู่ 4 ประเภทที่เข้ากับบริบทเมืองไทย ได้แก่ ศิลปะและวัฒนธรรม (Art & Culture) กีฬามวลชน (Sport Mass Participation) เทศกาลดนตรี (Music Festival) และ งานสร้างสรรค์และไลฟ์สไตล์ (Creative & Lifestyle) ซึ่งทั้ง 4 ประเภทสามารถผสมสานกันได้ตามความเหมาะสม

- ยกตัวอย่างกรณีศึกษา เช่น ที่จังหวัดลำพูน ทุกปีจะมีงานประเพณีโคมลอย ต่อมาได้พัฒนาการเป็นงานเทศกาลโคมแสนดวง และไปผนวกกับงาน Lamphun Half Marathon เชิญชวนผู้คนให้เข้ามาในพื้นที่ด้วยเทศกาลกีฬามวลชน จากนั้นจึงดึงเข้าเทศกาลศิลปะวัฒนธรรม ได้รับผลตอบรับดีเกินคาด ปีแรกมีผู้ร่วมงาน 4,000 คน ปีต่อมาจำนวนผู้ร่วมงานเพิ่มขึ้นเป็น 7,500 คน ซึ่งสเกลของเมืองไม่สามารถรองรับจำนวนผู้ร่วมงานนี้ได้ จึงต้องวางแผนพัฒนาเมืองในลำดับต่อไป เป็นต้น

- ดังนั้น การสร้างงานเทศกาลขึ้นมาหนึ่งงาน เท่ากับการพัฒนาเมือง รวมไปถึงการสร้าง Legacy ให้แก่เมือง ซึ่งแบ่งเป็น 3 ส่วนได้แก่ ด้านธุรกิจ (Business Impact) สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจให้แก่เมือง สร้างงานสร้างรายได้ให้แก่ชุมชน / ด้านสังคม (Social Impact) สร้างผลกระทบเชิงบวกต่อวัฒนธรรมชุมชน สร้างการมีส่วนร่วมของผู้คนในพื้นที่ รวมไปถึงสร้างแรงบันดาลใจ / ด้านสิ่งแวดล้อม (Environmental Impact) สร้างการจัดการของเสียเพื่อลดผลกระทบต่อชุมชน สร้างความยั่งยืนของการจัดงานและชุมชนโดยรอบ

- สมาคมการค้าส่งเสริมการจัดมหกรรมและเทศกาลนานาชาติไทย หรือ TIEFA (Thai International Events & Festivals Trade Associations) ในฐานะสมาคมที่เป็นศูนย์กลางรวบรวมนักออกแบบสร้างงานเทศกาล รวมถึงเจ้าของเทศกาลต่าง ๆ ในประเทศไทย ยินดีอย่างยิ่งในการให้คำปรึกษาแก่ชุมชน พื้นที่ เมือง หรือหน่วยงานที่ต้องการจะจัดงานเทศกาล เพื่อช่วยกันออกแบบงานให้เข้ากับเมืองให้เหมาะสมที่สุด


งานแสดงสินค้าในประเทศ - โอกาสและความสำเร็จในการพลิกฟื้นเศรษฐกิจไทย
คุณกระติก สุรัชสานุ์ ทองมีผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการภาคตะวันออกเฉียงเหนือ - TCEB ร่วมพูดคุยแบบไฮบริดผ่านระบบออนไลน์กับ คุณตั้ว ภูษิต ศศิธรานนท์ - กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ็กซ์โปลิงค์ โกลบอล เน็ทเวอร์ค จำกัด และ คุณกรุง เทพวรรณ์ เตียมไธสง - กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไมซ์ โซลูชั่น (ประเทศไทย) จำกัด ถึงความสำคัญและโอกาสจากงานแสดงสินค้าที่จะช่วยสร้างรายได้และกระตุ้นเศรษฐกิจ
 
ทำไมต้องเป็นงานแสดงสินค้า
- อุตสาหกรรมงานแสดงสินค้า เป็นตลาดสำคัญที่ช่วยขับเคลื่อนทุกอุตสาหกรรม เพราะสามารถนำผู้มีส่วนได้เสียในอุตสาหกรรมมาพบกันในช่วงเวลาสั้น ๆ สร้างการค้า ต่อยอดการลงทุน และดึงดูดนวัตกรรมเข้าประเทศ 

- ปัจจัยความสำเร็จของการจัดงานแสดงสินค้า ต้องมีการประสานความร่วมมือจากพันธมิตรหลายฝ่ายไม่ว่าจะทั้งด้านนโยบายและการสนับสนุน งานแสดงสินค้าต้องสอดคล้องกับพื้นที่ที่จัดงานในแผนพัฒนาภูมิภาค มีหน่วยงานกลาง (เช่น TCEB) ทำหน้าที่สนับสนุนและเชื่อมโยงการประสานงาน และรายได้ที่เกิดขึ้นในการจัดงานแสดงสินค้าจะต้องกระจายสู่ภูมิภาค

- กลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมายที่เหมาะแก่การจัดงานแสดงสินค้า มีด้วยกัน 5 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มเกษตร อาหาร และเทคโนโลยีชีวภาพ / กลุ่มสาธารณสุข สุขภาพ และเทคโนโลยีทางการแพทย์ / กลุ่มอุตสาหกรรมหุ่นยนต์ อุปกรณ์อัจฉริยะ ปัญญาประดิษฐ์ และออโตเมชัน / กลุ่มพลังงานทดแทนและการขนส่งขับเคลื่อน / กลุ่มอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ วัฒนธรรม การท่องเที่ยวและบริการ

-  TCEB มีแคมเปญ EMTEX (Empower Thailand Exhibition) สร้างภาคีเครือข่ายกับหน่วยงานรัฐต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นกระทรวงพาณิชย์ กระทรวงอุตสาหกรรม หอการค้าไทย สมาคมส่งเสริมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ฯลฯ เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนการจัดงานแสดงสินค้าในช่วงหลังโควิด-19
 
มุมมองจากผู้จัดงาน กับโอกาสและความท้าทาย
- ผู้จัดงานจะต้องคำนึงถึงขนาดตลาดของตัวเอง (Market Size & Coverage) ว่ากำลังการจัดงานแสดงสินค้าของเราจะครอบคลุมแค่ไหน ครอบคลุมใครบ้าง เพื่อกำหนดสเกลการจัดงานให้เหมาะสม (เช่น จะเป็น B2C หรือ B2B) รวมถึงในอนาคตที่ตลาด CLMV น่าจะเป็นตลาดน่าสนใจ เพราะอยู่ใกล้กัน เดินทางสะดวก 

- การจัดงานแสดงสินค้าจะต้องมีบทบาทต่อยอดประโยชน์ทางธุรกิจ ขยายการลงทุน การแต่งตั้งตัวแทนใหม่ การมอบสิทธิทางการค้า ตอบโจทย์ทันต่อยุคสมัย และสิ่งสำคัญคือต้องกระตุ้นให้ผู้ซื้อเกิดการซื้อขายให้ได้

- ความท้าทายสำคัญคือการประสานความร่วมมือ เพราะงานแสดงสินค้าต้องอาศัยความร่วมมือจากหลายฝ่าย รวมไปถึงการวางแผนสร้างพันธมิตรในต่างพื้นที่เพื่อรองรับการขยายการจัดงานไปพื้นที่อื่นในอนาคต


โครงการ ประชุมเมืองไทย ปลอดภัยกว่า
คุณไซ สราญโรจน์ สุทัศน์ชูโต - ผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการภาคกลางและภาคตะวันออก - TCEB ขึ้นมาพูดคุยถึงแคมเปญ “ประชุมเมืองไทย ปลอดภัยกว่า” เป็นแคมเปญกระตุ้นการจัดงานประชุมสัมมนาจาก TCEB เพื่อส่งเสริมให้เกิดการสร้างงาน สร้างรายได้สู่ชุมชนที่อยู่ในอุตสาหกรรมการประชุมในพื้นที่ แบ่งการสนับสนุนเป็น 2 แบบ คือ สนับสนุนงบประมาณในรูปแบบบัตรกำนัล (Voucher) ไม่เกิน 1.5 หมื่นบาทต่อกลุ่ม สำหรับการจัดกิจกรรมเป็นเวลา 1 วัน (ไม่น้อยกว่า 6 ชั่วโมง) และ 2. สนับสนุนงบประมาณในรูปแบบบัตรกำนัล (Voucher) ไม่เกิน 3 หมื่นบาทต่อกลุ่ม สำหรับการจัดกิจกรรมอย่างน้อยเป็นเวลา 2 วัน 1 คืน
 
ทั้งนี้ จะต้องเป็นการจัดกิจกรรมนอกสถานที่ตั้งขององค์กรภายในจังหวัด หรือข้ามจังหวัด และมีผู้เข้าร่วมกิจกรรมไม่น้อยกว่า 30 คนต่อกลุ่ม โดยขอรับการสนับสนุนได้ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 31 ตุลาคม 2563 และจะต้องยื่นขอรับการสนับสนุนล่วงหน้า 10 วันก่อนเริ่มดำเนินกิจกรรม และจัดกิจกรรมภายในวันที่ 31 ธันวาคม 2563
 
ผู้ที่สนใจขอรับการสนับสนุนโครงการ “ประชุมเมืองไทย ปลอดภัยกว่า” สามารถดาวน์โหลดใบสมัครได้ที่ 
www.thaimiceconnect.com หรือ Facebook: Thaimiceconnect หรือ Line: @thaimiceconnect และสามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ Call Center โทร 0 2021 5515
 
สรุปปิดท้ายจากคุณโรส จารุวรรณ สุวรรณศาสน์ 
ผู้อำนวยการฝ่าย MICE Intelligence และนวัตกรรม - TCEB
งานไมซ์เป็นแพลตฟอร์มที่สามารถกระจายรายได้สู่ภูมิภาคได้จริง แต่ต้องไม่ลืมผนวกเรื่องของความคิดสร้างสรรค์ การสร้างมูลค่า และตอบโจทย์ลูกค้าได้ตรงใจ เพราะนี่คือการออกแบบ Customer Journey การสร้างประสบการณ์ที่แตกต่างเฉพาะตัวจะช่วยตอบโจทย์ และจะช่วยให้เราก้าวข้ามผ่านความท้าทายในช่วงเวลานี้ไปด้วยกัน
 
ติดตามข่าวสารข้อมูลข่าวสารและเทรนด์ที่น่าสนใจในอุตสาหกรรมไมซ์
รวมถึงกิจกรรมดี ๆ ที่ MICE Intelligence Team ได้รวบรวมมาไว้ให้แล้วที่
Website: 
intelligence.businesseventsthailand.com
Facebook: 
https://www.facebook.com/tcebintelligence

Recently Blog

Personalization in MICE
จัดงานไมซ์สไตล์ Personalization
ทำอย่างไร…

MICE Intelligence Team

สำหรับงานไมซ์ในยุคนี้ การให้ความสำคัญกับผู้ร่วมงาน และทำให้ผู้ร่วมงานรู้สึกว่าเป็นงานเพื่อเขาจริง ๆ เป็นสิ่งสำคัญ ไมเซอร์จำเป็นต้องจัดงานในลักษณะที่หลากหลาย เปิดกว้าง มีทางเลือกต่างๆ ให้กับผู้ร่วมงาน

Beyond Experiences
รู้จัก Personalization…
เทรนด์การตลาดแนวใหม่
เพื่อจับใจกลุ่มเป้าหมาย

MICE Intelligence Team

Personalization นับเป็นกลยุทธ์ทางการตลาดที่กำลังเป็นที่นิยมสำหรับยุคนี้ เพราะเป็นรูปแบบการสร้างประสบการณ์ที่เหมาะสมกับความต้องการของกลุ่มเป้าหมาย และโดนใจผู้บริโภคในแต่ละคน เสริมสร้างความประทับใจทั้งลูกค้าเดิมและสร้างกลุ่มลูกค้าใหม่ไปพร้อมๆ กัน

Recap MICE Intelligence Talk #4
ไมซ์ทั่วไทย: ปลุกตลาดในประเทศ
ด้วยประสบการณ์พิเศษ
และความคิดสร้างสรรค์ (Part 2)

MICE Intelligence Team

Recap MICE Intelligence Talk #4 (Part 2) ติดตามกันต่อกับประเด็นทอล์กอัดแน่นในหัวข้อ ไมซ์ทั่วไทย: ปลุกตลาดในประเทศด้วยประสบการณ์พิเศษและความคิดสร้างสรรค์