Recap: MICE Clinic “มาตรการ
สาธารณสุขและแนวทางสำหรับ
ชาวต่างชาติที่เดินทางเข้ามายัง
ราชอาณาจักร”

Author : Chanyaruk Qin, Manager
Views 236 | 22 Nov 2020

ปัจจุบันสถานการณ์การแพร่ระบาดในประเทศได้คลี่คลายไปในทิศทางที่ดีขึ้น ผู้ประกอบการหลาย

รายในอุตสาหกรรมไมซ์อาจมีคำถามในเรื่องการเปิดประเทศเพื่อต้อนรับนักเดินทางไมซ์กลับเข้ามาอีกครั้ง ทั้งในประเด็นของแนวทางการเปิดรับนักเดินทาง เอกสารที่จำเป็นเมื่อเดินทางมาถึงประเทศไทย รวมไปถึงมาตรการด้านสาธารณสุขเพื่อสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนในประเทศ


ในวันที่ 3 พฤศจิกายน 2563 ทีเส็บจึงได้จัดงานเสวนา MICE Clinic “มาตรการสาธารณสุขและแนวทางสำหรับชาวต่างชาติที่เดินทางเข้ามายังราชอาณาจักร” โดยเชิญวิทยากรทั้ง 3 ท่านร่วมให้ข้อมูลแก่ผู้ประกอบการไมซ์ ได้แก่


  • คุณจาตุรนต์ ไชยะคำ รองอธิบดีกรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ
  • นายแพทย์โรม บัวทอง นายแพทย์เชี่ยวชาญ กองด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศและกองระบาดวิทยา กรมควบคุมโรคกระทรวงสาธารณสุข
  • พ.ต.ท.อติศักดิ์ ปัญญา รองผู้กำกับฝ่ายตรวจคนเข้าเมืองขาเข้า ด่านตรวจคนเข้าเมืองท่า
    อากาศยานสุวรรณภูมิ

โดยมี คุณศุภวรรณ ตีระรัตน์ รองผู้อำนวยการ สายงานพัฒนาและนวัตกรรม จากทีเส็บ ให้ข้อมูลบทบาทสำคัญของทีเส็บ MICE Intelligence Team จึงนำมาสรุปเป็นประเด็นสำคัญ ดังนี้



คุณศุภวรรณ จากทีเส็บ ให้ข้อมูลว่าตอนนี้ทีเส็บมีการหารือในศูนย์บริหารสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดต่อเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบค.) สำหรับมาตรการผ่อนปรนให้กับนักเดินทางไมซ์ ภายใต้ 

Special Arrangement (บุคคลหรือกลุ่มบุคคลที่ได้รับอนุญาตจากนายกรัฐมนตรีตามข้อเสนอและ

การตรวจสอบกลั่นกรองของคณะกรรมการเฉพาะกิจพิจารณาผ่อนคลายการบังคับใช้มาตรการป้อง

กันและยับยั้งการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019) ที่ริเริ่มโดยกระทรวงต่างประเทศ 

(ซึ่งขณะนี้ยังไม่ได้รวมธุรกิจไมซ์อยู่ในนั้น)


โดยทีเส็บตั้งใจจะนำธุรกิจไมซ์เข้าไปยังคณะกรรมการพิจารณาภายในสิ้นปี โดยตอนนี้เป็นช่วงเตรียม

แผนให้นักเดินทางไมซ์เดินทางเข้ามาโดยไม่ต้องกักตัว 14 วัน แต่เนื่องจากการไม่กักตัวยังคงมีความ

เสี่ยงสูงจึงจำเป็นต้องมีคณะผู้ติดตาม และจะต้องมีแนวทางบริหารจัดการโปรแกรมกลุ่มผู้เดินทางเข้ามาไม่ให้ออก นอกเส้นทางที่กำหนดไว้


ทีเส็บจึงนำเสนอกรอบแนวปฏิบัติต่อ ศบค. (อยู่ระหว่างการหารือ) ในการให้ DMC (Destination 

Management Company) หรือบริษัทจัดการจุดหมายปลายทาง เข้ามาอยู่ระหว่างกระบวนการเป็น คณะผู้ติดตามทางการแพทย์และสาธารณสุข เพื่อลดภาระของทีมแพทย์ในด้านการประสานงานและดูแลโปรแกรมให้กับนักเดินทาง โดย DMC จะเป็นผู้ประสานงานดูแลโปรแกรมการเดินทางของนักธุร

กิจ จัด หาที่พักให้นักเดินทางที่อยู่ในลิสต์ของ ASQ (Alternative State Quarantine) ดูแลเรื่องยานพาหนะ  ตลอดโปรแกรม โดยดูแลไม่ให้ออกนอกเส้นทาง ดูแลด้านสถานที่การประชุมซึ่งจะต้องประ

ชุมในโรงแรมที่เป็น ASQ หรือ ALQ (Alternative Local Quarantine) ในต่างจังหวัดเท่านั้น


นอกจากนี้ ฝ่ายพัฒนาศักยภาพอุตสาหกรรมไมซ์ ทีเส็บ ยังได้สร้างคอร์สอบรมร่วมกับกรมควบคุมโรค เรียกว่า การประชุมเชิงปฏิบัติการพัฒนาศักยภาพผู้ติดตามทางการแพทย์และสาธารณสุข เพื่อเพิ่ม

ทักษะมีความรู้เรื่องสาธารณสุขของ DMC ให้พร้อมเป็นผู้ติดตามทางการแพทย์เพื่อดูแลคณะนักเดิน

ทางไมซ์ ตลอดระยะเวลาที่อยู่ในประเทศไทย และจะมีโครงการจัดคอร์สอบรมในรุ่นถัดไประหว่างวันที่ 30 พ.ย. – 1 ธ.ค. 2563


คุณจาตุรนต์ รองอธิบดีกรมการกงสุล ได้ให้ข้อมูลว่าหนึ่งในประเภทบุคคลที่ได้รับการยกเว้นให้เดิน

ทางเข้ามาในประเทศได้จาก 11 ประเภท คือ บุคคลซึ่งอนุญาตให้เดินทางเข้ามาตามข้อตกลงพิเศษ 

Special Arrangement (รายละเอียดเพิ่มเติม https://bit.ly/37AyxOm) และตัวอย่างวีซ่าที่นักธุร

กิจต่างชาติสามารถยื่นขอเพื่อเข้ามาดำเนินธุรกิจในประเทศได้ เช่น

  • ผู้พำนักระยะกลาง Non-Immigrant B Visa (กรณีเดินทางมาติดต่อหรือประกอบธุรกิจ  หรือลงทุนไม่ต่ำกว่า 3 ล้านบาท) และ Tourist-TR Visa (Single Entry) ไม่จำกัดสัญชาติ อยู่ได้  60 วัน และสามารถต่อได้อีก 30 วัน ไม่มีเงื่อนไขเรื่องที่พัก แต่ต้องมีหลักฐานทางการเงินในบัญชีไม่ต่ำกว่า 500,000 บาท
  • Special Tourist Visa (STV) สามารถอยู่ได้ครั้งละ 90 วัน และต่อได้ 3 ครั้ง แต่ต้องไม่เกิน 30 กันยายน 2564 เงื่อนไขการขอวีซ่าจะต้องมีหลักฐานการจ่ายค่าที่พักหลังจากการกักตัว 14 วันแล้ว (จากเดิมจะต้องมาจากประเทศเสี่ยงต่ำ แต่ปัจจุบันกำลังขอปรับเป็นไม่อนุญาต นักเดินทางที่มาจาก ประเทศเสี่ยงสูงแทน เพื่ออำนวยความสะดวกมากขึ้น)
  • Thailand Elite Card ได้รับการผ่อนคลายแล้วเช่นกัน มีนักเดินทางเข้ามาจำนวนหนึ่งแล้ว

 

โดยรายระเอียดการขอวีซ่าจะไม่ต่างจากเดิม เพียงแต่จะเพิ่มการขอ Certificate of Entry (COE) 

ก่อนการยื่นขอวีซ่า ณ ประเทศต้นทาง เพื่อให้ทราบเที่ยวบินที่จะเดินทาง สถานที่กักกันตัว และนัก

เดินทางจำเป็นจะต้องมีประกันสุขภาพที่ครอบคลุมการรักษาโควิดด้วยวงเงินความคุ้มครองไม่ต่ำกว่า 100,000  ดอลลาร์สหรัฐฯ

3 แนวทางนักธุรกิจต่างชาติสามารถเดินทางเข้ามาได้โดยไม่ต้องกักตัวหรือกัก

ตัว ณ สถานที่ของตนเอง

  • การเข้ามาแบบระยะสั้น หรือแบบ Samsung Model หมายถึงการผ่อนคลายมาตรการสำ
    หรับนักธุรกิจที่เดินทางเข้ามาแบบระยะสั้นเพื่อการมาลงทุนธุรกิจ หากมีบริษัทหรือหน่วย
    งานขอเดินทาง เข้ามา ทางกรมการกงสุลจะพิจารณาความสำคัญและอนุญาตให้เดินทางเข้ามาได้ กรณีนี้จะต้องมี DMC มาช่วยบริหารจัดการการเดินทางและจำนวนผู้เข้าร่วมประชุม
  • วิธีที่เข้ามาแล้วทำงานได้ด้วย คือ เมื่อเข้ามากักตัวที่โรงแรมแล้วสามารถแจ้งทางโรงแรมหากต้องมีการพูดคุยธุรกิจ โดยประสานงานกับโรงแรมเพื่อให้ดำเนินการจัดสถานที่ มีมาตรการจำกัด เช่น จำนวนคนที่สามารถพบได้ในแต่ละครั้งไม่เกิน 3 คน และพบครั้งละไม่เกิน 1 ชั่ว
    โมง เป็นต้น
  • Organizational Quarantine (OQ) คือการกักตัวที่หน่วยงานหรือโรงงานสถานที่ของตัวเองพร้อมทำงานไปด้วย

พ.ต.ท.อติศักดิ์ รองผู้กำกับการฝ่ายตรวจคนขาเข้าฯ ได้ให้ข้อมูลการปฏิบัติงานร่วมกับศูนย์ปฏิบัติการภาวะฉุกเฉิน (EOC) สุวรรณภูมิ ด่านแรกในการสกัดโควิด-19 และเอกสารที่นักเดินทางจำเป็นต้อง

แสดงแก่เจ้าหน้าที่เมื่อเดินทางถึงประเทศไทย (อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://bit.ly/3mKaWRA) และยังกล่าวว่าในปัจจุบันได้ยกเลิกการยกเว้นวีซ่าให้กับนักเดินทางแล้ว ทุกคนที่เดินทางเข้ามาในประเทศไทยจำเป็นจะต้องมีวีซ่า รวมถึงช่องทาง Visa on Arrival ก็ไม่สามารถให้บริการได้ในช่วงนี้

ข้อแนะนำแก่นักเดินทางต่างชาติว่าจะต้องเตรียมเอกสารอะไรบ้าง


นายแพทย์โรม จากกรมควบคุมโรค ได้ให้ข้อมูลว่าเจ้าหน้าที่ทางการแพทย์จากกรมควบคุมโรคจะเป็น

เจ้าหน้าที่กลุ่มแรกที่ดำเนินการตรวจเอกสารการเข้าเมือง ซึ่งเอกสารสำคัญที่นักเดินทางต่างชาติจำ

เป็นจะต้องแสดงต่อเจ้าหน้าที่ คือ Certificate of Entry (COE) และ ผลตรวจ Lab PCR (ไม่เกิน 

72 ชั่วโมง) หากขาดอย่างหนึ่งอย่างใดไปจะไม่อนุญาตให้เข้าประเทศ แต่ถ้าขาดเอกสารอย่างอื่น 

เช่น ประกันสุขภาพ หรือ ASQ นักเดินทางสามารถซื้อได้ที่สนามบินเมื่อเดินทางมาถึงประเทศไทย 

(อ่านรายละเอียด เพิ่มเติมได้ที่ https://elibrary.tceb.or.th/Presentation/Thai/MICE-Clinic-2020/6184)


นอกจากนี้กลุ่มนักเดินทางต่างชาติที่ได้รับการยกเว้นการกักตัว 14 วัน เมื่อเดินทางถึงประเทศไทยจะต้องมีการเก็บตัวอย่างและต้องได้รับการตรวจแลปที่สนามบิน อีกครั้งเพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีการติดเชื้อ

ระหว่างการเดินทางเข้ามา จากนั้นรอผลตรวจ 1-2 ชั่วโมง หากไม่พบการติดเชื้อจะสามารถเดินทาง

ต่อไปได้ทันที แต่หากนักเดินทางเดินทางเข้ามาแบบวิธีที่จะต้องมีการกักตัว เช่น วีซ่าแบบ STV จะไม่มีการตรวจแลปที่สนามบินแต่ให้เดินทางไปยังสถานกักตัวได้โดยทันที


(ข้อมูลวันที่ 3 พฤศจิกายน 2563)

Rating :