Generation Y หรือ ชาว Millennials คือนักเดินทางไมซ์รุ่นใหม่ที่น่าจับตามองและมีบทบาทสำคัญในโลกธุรกิจยุคปัจจุบันเป็นอย่างมาก ชาว Millennials     
มีพฤติกรรมเข้าร่วมงานประชุมเพื่อหาประสบการณ์ใหม่ ๆ ในการขยายเครือข่ายทางสังคม โดยจะให้ความสำคัญกับการสื่อสารแบบพบปะกันต่อหน้า สนใจอีเวนต์ที่มีกิจกรรมหลายๆด้าน และเข้าร่วมงานที่มีการให้บริการโดยลูกค้าเป็นศูนย์กลาง หรืองานที่รู้สึกว่าตัวเองสำคัญเป็นพิเศษ รวมถึงการให้ความสนใจในแนวคิดที่น่าดึงดูดใจ อย่างแนวคิดประสบการณ์เฉพาะบุคคล หรือ Personalization

ทางด้านผู้ประกอบการไมซ์ก็เช่นกัน สามารถนำแนวคิดนี้มาใช้ภายในงานเพื่อสร้างความประทับใจและทำให้งานมีประสิทธิภาพมากขึ้นไม่น้อย ไม่ว่าจะเป็นการเพิ่มประสบการณ์ที่ดีน่าจดจำ สร้างความประทับใจแก่ทั้งผู้ร่วมงานใหม่ ไปพร้อม ๆ กับรักษาฐานผู้ร่วมงานเดิม ทั้งยังส่งผลให้เกิดการบอกต่อ และการตั้งตารออยากกลับมาร่วมงานสุดเจ๋งนี้อีก เพราะทุกวันนี้พฤติกรรมมนุษย์ได้เปลี่ยนแปลงไป ผู้ร่วมงานต้องการเป็น ‘คนพิเศษ’ และอยากให้ผู้จัดงานนำเสนอประสบการณ์สุดแปลกใหม่ ตรงใจ โดยมุ่งเน้นผู้เข้าร่วมงานแบบเฉพาะกลุ่มมากขึ้น


สำหรับผู้ประกอบการไมซ์สามารถนำกลยุทธ์การตลาดแบบ Personalization มาประยุกต์ใช้ในทุกขั้นตอน ตั้งแต่การลงทะเบียนเก็บข้อมูลพื้นฐานผู้เข้าร่วมงาน ทั้งเรื่องความชอบหรือรสนิยมของผู้เข้าร่วมงาน มีการอำนวยความสะดวก ช่วยวางแผนเส้นทางสำหรับการเดินทางมาร่วมงาน ในรูปแบบของแอปพลิเคชัน หรือผ่านทาง Social Media (Line, Facebook, Twitter) สามารถแจ้งข้อมูลว่า พื้นที่ที่ผู้ร่วมงานอยู่นั้นควรขึ้นจากสถานีต้นทางใด และต้องลงที่สถานีใด ต้องใช้การขนส่งรูปแบบใดถึงจะสะดวกและรวดเร็วที่สุด รวมถึงมีการเก็บข้อมูลระยะเวลาในการเข้าร่วมงาน เพื่อนำข้อมูลไปสร้างประสบการณ์ในงานแบบเฉพาะบุคคล ปัจจุบันมีการนำแนวคิดกลยุทธ์ทางการตลาดแบบ Personalization มาใช้มากขึ้น ตัวอย่างเช่น

บริษัท Reed Exhibitions พัฒนากลยุทธ์การตลาด ‘Attendee Journey Mapping’ หรือ ตัวช่วยวางแผนเส้นทางเข้าร่วมงาน ที่ใช้วิธีรวบรวมและจัดการข้อมูลพื้นฐานของผู้เข้าร่วมงานผ่านการลงทะเบียนเข้าร่วมงาน เพื่อนำมาวิเคราะห์และประมวลผลแบบเรียลไทม์ โดยนำข้อมูลมาวิเคราะห์กลุ่มเป้าหมาย ประกอบกับเชื่อมโยงความชอบและความสนใจของกลุ่มเป้าหมายกับแผนผังงานอีเวนต์ ทำให้ผู้ร่วมงานสามารถค้นพบสิ่งที่ตนเองสนใจได้อย่างง่ายดาย ผ่านวิธีการนำเสนอเส้นทางและคำแนะนำที่ดีที่สุดของผู้จัดงาน เป็นการเพิ่มความพึงพอใจและประสบการณ์ที่ดีขึ้นแก่ผู้ร่วมงาน

C2 Event Montreal ประเทศแคนาดา งานประชุมสายคอมเมิร์ซและครีเอทีฟที่โด่งดังที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ที่ให้ผู้ร่วมงานได้ถามคำถามที่อยากรู้จากผู้เชี่ยวชาญในศาสตร์นั้น ๆ แบบตัวต่อตัว รวมถึงการใช้หลักสำคัญในการออกแบบงานอีเวนต์ คือ ออกแบบงานแบบไม่เป็นทางการ ให้เนื้อหาในงานมีความหลากหลาย เน้นพื้นที่บรรยากาศผ่อนคลาย และเน้นการมีส่วนร่วม เปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมงานได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็น ได้ร่วมออกแบบและพัฒนาการจัดงาน พร้อมทั้งสร้างปฏิสัมพันธ์ระหว่างวิทยากรผู้เชี่ยวชาญและผู้เข้าร่วมงานในลักษณะที่เป็นกันเองมากขึ้น เพื่อส่งเสริมการมีส่วนร่วม


ผู้ประกอบการไมซ์สามารถนำกลยุทธ์การจัดงานแบบ Personalization มาใช้ในจุดต่างๆ ภายในงาน ไม่ว่าจะเป็น การเก็บข้อมูลโดยวิธีการสอบถามข้อมูลจาก
ผู้ร่วมงาน รวมถึงวิธีการง่ายๆ ที่ไมเซอร์สามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้ ยกตัวอย่างเช่น การเก็บรวบรวมข้อมูลทุกอย่างของลูกค้าอย่างละเอียดไว้ที่เดียวและนำเสนอในแพลตฟอร์มเดียวเพื่อให้เหมาะกับลูกค้าแต่ละบุคคล การวิเคราะห์ข้อมูลพฤติกรรมเชิงลึกของผู้ร่วมงานคนนั้นๆทั้งในอดีตจนถึงปัจจุบัน การใช้ Machine Learning กำหนดการมองเห็นสินค้าในลูกค้าแต่ละกลุ่ม รวมถึงการค้นหาสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับเป้าหมายแต่ละกลุ่มด้วยการผสม A/B Testing เข้าไป เป็นต้น


สำหรับงานอีเวนต์ในยุคนี้ การให้ความสำคัญกับผู้ร่วมงาน และทำให้ผู้ร่วมงานรู้สึกว่าเป็นงานเพื่อเขาจริง ๆ เป็นสิ่งสำคัญ ไมเซอร์จำเป็นต้องจัดงานในลักษณะที่หลากหลาย เปิดกว้าง มีทางเลือกต่างๆ ให้กับผู้ร่วมงาน รวมถึงการเปิดโอกาสให้เสนอความคิดเห็น และกระตุ้นการมีส่วนร่วมให้เขาได้รู้สึกมีอารมณ์ร่วมและรู้สึกว่าได้กำหนดทิศทางของงาน เพื่อให้ถูกใจและตรงกับความต้องการของผู้ร่วมงานมากที่สุด


เพื่อเป็นการส่งเสริมธุรกิจไมซ์ให้มีศักยภาพเทคโนโลยีก็เป็นอีกหนึ่งตัวช่วยที่ส่งเสริมให้งานมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นเมื่อปรับใช้ร่วมกันกับแนวคิด Personalization นี้ สามารถช่วยในเรื่องการเก็บข้อมูลลูกค้าได้อย่างละเอียดและสมบูรณ์ และนำมาใช้ประโยชน์ต่าง ๆ ต่อยอดได้ ไม่ว่าจะเป็นการนำเทคโนโลยีมาใส่เพื่อสร้างความตื่นตาตื่นใจ INTERACTIVE ELECTRONIC ART ศิลปะดิจิทัลสุดหวือหวาเรียกความสนใจ พร้อมให้ผู้ร่วมงานได้มีปฏิสัมพันธ์ร่วม สร้างประสบการณ์และความประทับใจร่วมกัน อย่างเช่น

  • DIGITAL ART MUSEUM จัดโดย teamLab จากประเทศญี่ปุ่น พิพิธภัณฑ์ผลงานศิลปะผสมผสานเทคโนโลยีที่มีการฉายแสงสีแนวศิลปะ พร้อมมีโซนส่งเสริมการเรียนรู้ มีการฉายภาพวาดศิลปะที่วาดเองโดยผู้ร่วมงาน นำขึ้นจอบนผนังในลักษณะ 3D หรือให้ผู้ร่วมงานมีปฏิสัมพันธ์โต้ตอบกับสิ่งของบนผลงานศิลปะได้

  • เทคโนโลยี Augmented Reality (AR) และ Virtual Reality (VR) การฉายภาพเสมือนจริงในงาน ให้ผลิตภัณฑ์ที่จับต้องไม่ได้กลับดูเสมือนจริง เป็นการเพิ่มความน่าสนใจ สร้างประสบการณ์ที่ดีขึ้นให้กับผู้ร่วมงานได้อย่างดี อย่างเช่น Volvo ที่ให้ทดลองขอบรถยนต์ XC90 SUV ผ่าน VR

การวิเคราะห์ข้อมูลผู้ร่วมงาน ด้วยเทคโนโลยี CRYSTAL ตรวจจับบุคลิกภาพ ทำนายพฤติกรรม ไลฟ์สไตล์ แรงจูงใจของผู้ร่วมงาน การใช้เทคโนโลยี PREDICTIVE SHOPPING ในการประเมินพฤติกรรมผู้ซื้อ ผู้ประกอบการที่มาแสดงสินค้า เพื่อจะได้เตรียมงานให้ตอบโจทย์ความต้องการรายบุคคล เทคโนโลยี DEEPFACE สุดทันสมัยระบุตัวบุคคลในภาพถ่าย พร้อมหาข้อมูลและประเมินความต้องการของผู้ซื้อหน้าใหม่


สิ่งสำคัญสำหรับไมเซอร์ในการทำการตลาดแบบ Personalization ก็คือ การรู้จักสังเกตและการใส่ใจในพฤติกรรมของลูกค้า เพื่อนำข้อมูลที่ได้มาต่อยอดและปรับกลยุทธ์ให้ตรงกับความต้องการของกลุ่มเป้าหมาย พร้อมมองหาวิธีเพิ่มมูลค่าและวิธีที่จะสร้างความประทับใจและมีประสบการณ์ที่ดีกับสินค้าและบริการของเรา เพื่อมัดใจลูกค้าให้เกิดความผูกพันกับงานทั้งกลุ่มเป้าหมายเดิมประกอบกับการเพิ่มกลุ่มเป้าหมายใหม่ ๆ รวมถึงการใช้เทคโนโลยีต่าง ๆ มาเป็นส่วนช่วยในการเพิ่มศักยภาพในการจัดงาน สิ่งหนึ่งที่พึงระวังก็คือ การทำ Personalization ต้องไม่รุกล้ำความเป็นส่วนตัวมากจนเกินไป ควรหาจุดสมดุลในการทำ และควรมีคำอธิบายกำกับอย่างชัดเจนว่า จะนำเอาข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้าไปทำอะไรบ้าง และจะมีการเก็บรักษาข้อมูลเหล่านั้นอย่างดี พร้อมทั้งระบุว่าลูกค้าจำเป็นต้องอ่านเงื่อนไขก่อนเซ็น หรือมีการให้ความยินยอมในการมอบข้อมูลทุกครั้ง เพื่อให้ลูกค้าเกิดความมั่นใจในตัวผู้จัดงานมากที่สุด


บทความที่เกี่ยวข้อง
https://intelligence.businesseventsthailand.com/en/blog/the-power-of-personalization

Recently Blog

Smart Venue…
The Next Solution for MICE
ยกระดับงานอีเวนต์ยุคดิจิทัล
ด้วยสถานที่จัดงานอัจฉริยะ

MICE Intelligence Team

Smart Venue นับเป็นหนึ่งในองค์ประกอบหลัก ที่ช่วยเพิ่มความน่าสนใจและน่าดึงดูดใจให้แก่ผู้ร่วมงาน และเป็นปัจจัยที่สำคัญที่ผู้จัดงานต้องคำนึงถึง

แนวคิดนวัตกรรมเพื่อชุมชน
ด้วยดิจิทัลแพลตฟอร์ม
กับยิ่งยง ปุณโณปถัมภ์

MICE Intelligence Team

“โครงการธนบุรีมีคลอง” คือ โครงการออกแบบพัฒนาเมืองอย่างสร้างสรรค์และยั่งยืนในพื้นที่เขตธนบุรี ออกแบบโดยการผสมผสานเทคโนโลยีดิจิทัล สร้างแพลตฟอร์มโมเดลเพื่อพัฒนา และแก้ปัญหาสังคมในพื้นที่คลองธนบุรี

Social Innovation นวัตกรรม
ทางสังคม กับบทบาทที่กำลัง
มีอิทธิพลมากขึ้น
ต่ออุตสาหกรรมไมซ์ในยุคดิจิทัล

MICE Intelligence Team

นวัตกรรมสังคม ถือเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่จะช่วยเพิ่มโอกาสของผู้ประกอบการขนาดเล็กให้สามารถเข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย ช่วยในการกระจายรายได้สู่ท้องถิ่น และเพิ่มทางเลือกให้แก่กลุ่มลูกค้าไมซ์