“ภายในปี 2040 เมืองนี้จะเลิกใช้เชื้อเพลิงฟอสซิลโดยสิ้นเชิง และต้องลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก
ให้ได้มากกว่าที่ปล่อยก๊าซเหล่านั้นออกมา”

นี่คือจุดยืนอย่างชัดเจน ของ ‘สตอกโฮล์ม’ เมืองหลวงและเมืองที่ใหญ่ที่สุดของสวีเดน นับเป็นเมืองต้นแบบด้านสิ่งแวดล้อม ที่ได้รับรางวัล ‘เมืองหลวงที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมแห่งแรกของยุโรป’ (European Green Capital) เมื่อปี 2010 เมืองนี้คำนึงถึงสิ่งสำคัญคือ การใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าที่สุด มีนโยบายและจัดสรรงบประมาณอย่างชัดเจน พร้อมลงมือทำอย่างจริงจังและเป็นขั้นเป็นตอน


‘GrowSmarter’ (https://grow-smarter.eu/home/) โครงการพัฒนาเมืองและสภาพแวดล้อมที่มีความโดดเด่น และเป็นอีกหนึ่งโครงการที่ทำให้ชาวสตอกโฮล์มรวมถึงผู้มาเยือนได้อยู่ในสภาพแวดล้อมที่ดียิ่งขึ้น มีการนำโซลูชั่นมาบริหารจัดการเมืองเพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และได้รับรางวัล ‘World Smart City Awards’ เมื่อปี 2019 มีหลายโซลูชั่นที่น่าสนใจ ไม่ว่าจะเป็น

การจัดการเรื่องสิ่งแวดล้อม
การเน้นใช้พลังงานหมุนเวียน จำหน่ายเชื้อเพลิงชีวภาพในปั๊มน้ำมัน มีระบบ ‘Open District Heating’ นำความร้อนที่เหลือทิ้งไปทำความร้อนให้กับอพาร์ตเมนต์ การสร้างระบบเก็บขยะอัตโนมัติ หรือมีไอเดียสุดล้ำ อย่างระบบกักเก็บความร้อนจากตัวผู้โดยสารที่สถานีรถไฟมาเปลี่ยนเป็นพลังงานให้ความร้อนแก่อาคาร ถือเป็นการใช้พลังงานจากสิ่งแวดล้อมได้อย่างคุ้มค่าจริง ๆ

การจัดการปัญหาภายในเมือง
ถึงแม้ว่าสตอกโฮล์มจะเป็นเมืองที่ไม่ใหญ่มาก แต่ก็มีปัญหาจราจรติดขัดเหมือนกัน วิธีแก้ปัญหาคือ มีโครงการ ‘Green Parking Index’ ลดความต้องการพื้นที่จอดรถ ด้วยการกระตุ้นการใช้การเดินทางด้วยวิธีอื่นแทน โดยไม่จำเป็นต้องใช้รถยนต์ส่วนตัว เช่น ที่ ‘Valla Torg’ เจ้าของอาคารได้ให้บริการแชร์รถยนต์ไฟฟ้าแก่คนทั่วไป โดยคนที่อาศัยอยู่อาคารแห่งนี้สามารถใช้บริการได้ฟรีในช่วงทดลอง โครงการนี้กระตุ้นให้คนไม่จำเป็นต้องซื้อรถยนต์ส่วนตัว ทำให้ไม่ต้องการพื้นที่จอดรถ มีการประเมินเบื้องต้นว่า การทำแบบนี้ช่วยลดการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ได้ 90%


การจัดสถานที่จัดงานสุดกรีน 
ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ด้วยสถานที่จัดงานที่สร้างจากวัสดุก่อสร้างที่เคยเป็นของตึกเก่า อย่าง ’Stockholm Waterfront Congress Centre’ พร้อมติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ เพื่อกักเก็บพลังงานความร้อนจากแสงอาทิตย์มาใช้ในงาน ทั้งยังมีโซลูชั่น ระบบปรับอากาศและทำความร้อนแบบประหยัดพลังงาน สถานที่จัดงานแห่งนี้ได้รับการการันตีความเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมจาก ‘Green Key’ สัญลักษณ์สิ่งแวดล้อมระดับสากล ที่มอบให้กับโรงแรมและสถานที่จัดงานที่มุ่งมั่นดำเนินธุรกิจที่เน้นความยั่งยืนและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

อุตสาหกรรมไมซ์ไทยกับการพัฒนาสิ่งแวดล้อมอัจฉริยะ
เราสามารถนำแนวคิดการจัดงานจากสตอกโฮล์มและจากสถานที่ต่าง ๆ ทั่วโลกมาปรับใช้ได้ ไม่ว่าจะเป็น 
แนวคิดขยะเหลือศูนย์ (Zero Plastic Events) ลดการใช้งานขวดพลาสติกในการจัดงาน ด้วยการใช้ขวดแก้วในงานประชุมแทน หรือมีการเตรียมตู้กดน้ำไว้บริการภายในงานพร้อมสนับสนุนให้ผู้ร่วมงานพกภาชนะของตนเองมาใช้ และใช้วัสดุในการตกแต่งสถานที่ที่สามารถนำกลับมาใช้ซ้ำได้ เป็นต้น

นอกจากนี้เราสามารถสร้างสถานที่จัดงานที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม (GREEN VENUE) มีระบบการจัดการพลังงาน การใช้น้ำ และการจัดการขยะอย่างมีประสิทธิภาพ เช่น ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ของไทย สร้างอาคารที่มุ่งเน้นการพัฒนาอย่างยั่งยืนและประหยัดพลังงาน โดยใช้เทคโนโลยีโครงสร้างแบบใหม่ที่ช่วยลดระยะเวลาในการก่อสร้าง หรือที่ The PARQ ตัวอาคารที่ออกแบบให้มีพื้นที่สีเขียวในบริเวณโดยรอบ และติดตั้งไฟประหยัดพลังงาน

   
โดยหากสถานที่จัดงานมีการส่งเสริมการใช้ระบบสาธารณะ ส่งเสริมบริการแชร์การใช้พาหนะ หรือการจัดไฮบริด อีเวนต์ (Hybrid Event การจัดงานที่ผสมผสานการใช้ระบบออนไลน์)  ก็สามารถลดการปล่อยคาร์บอน หรือ มลพิษทางอากาศ จากการเดินทางได้อีกทาง

นอกจากนี้ผู้จัดงานสามารถนำเทคโนโลยีต่าง ๆ มาส่งเสริมและพัฒนาเมืองให้เป็นเมืองสุดกรีนและน่าประทับใจ ตัวอย่างเช่น

‘ระบบจัดเก็บขยะอัจฉริยะ’ ของเมืองขอนแก่น ที่มีการพัฒนาระบบจัดการขยะ สร้างแอปพลิเคชันบริหารจัดการการจัดเก็บขยะ ตรวจสอบจุดทิ้งขยะ ตำแหน่งของรถบรรทุกขยะ และยังมีช่องทางให้ร้องเรียนหรือให้คำแนะนำได้

เซ็นเซอร์ตรวจสอบคุณภาพอากาศและระบบจัดการพลังงานอัจฉริยะ ที่เมืองพัทยา มีเซนเซอร์เตือนเมื่อค่าฝุ่นละอองเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ มีการตรวจจับรถยนต์ควันดำ ลดฝุ่นละอองจากการก่อสร้าง เพิ่มพื้นที่สีเขียว และมี Smart Meter ที่เชื่อมต่อสื่อสารโดยตรงกับระบบควบคุมของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) และสามารถควบคุมการใช้พลังงานไฟฟ้า โดยประชาชนสามารถเช็คข้อมูลการใช้ไฟฟ้าของแต่ละครัวเรือนได้เลยแบบเรียลไทม์


แน่นอนว่าแนวคิดการพัฒนาเมืองให้กลายเป็นเมืองสีเขียว หรือ เมืองที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมสามารถส่งผลในเชิงบวก ทั้งยังช่วยลดต้นทุนการจัดงาน แถมยังช่วยส่งเสริมภาพลักษณ์ที่ดีให้กับอุตสาหกรรมไมซ์เอง

หากผู้ประกอบการไมซ์นำแนวคิดเหล่านี้จากเมืองสตอกโฮล์มมาพัฒนาและประยุกต์ใช้ ไม่ว่าจะเป็น การใช้พลังงานหมุนเวียน หรือ พลังงานทดแทน การแก้ปัญหาต่าง ๆ ภายในเมืองด้วยวิธีที่กระทบกับสิ่งแวดล้อมน้อยที่สุด อาศัยปัจจัยการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าที่สุด นำมาบริหารจัดการเมืองเพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ก็จะสามารถส่งเสริมและพัฒนาให้เมืองเติบโตเป็นเมืองอัจฉริยะและรักษ์โลกไปพร้อม ๆ กัน

แหล่งข้อมูล 
https://elibrary.tceb.or.th/getattachment/5ca6e8ab-ae16-45ba-b9ce-e48366b26f86/6180.aspx
https://intelligence.businesseventsthailand.com/th/insight/green-vanue-th

Recently Blog

The Hype cycle for Virtual and
Hybrid Exhibitions

MICE Intelligence Team

The "Hype Cycle" model, that is commonly called "Gartner Curve" is a graphical representation of the life cycle stages a technology goes through from conception to maturity and widespread adoption.

Green Stockholm
ไอเดียรักษ์โลก
ของเมืองสุดกรีน ‘สตอกโฮล์ม’

MICE Intelligence Team

‘สตอกโฮล์ม’ เมืองหลวงและเมืองที่ใหญ่ที่สุดของสวีเดน ได้รับรางวัล ‘เมืองหลวงที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมแห่งแรกของยุโรป’ (European Green Capital) และมีนโยบายจะเลิกใช้เชื้อเพลิงฟอสซิลให้ได้ภายในปี 2040

The City in Vision
ออกแบบเมือง
Smart
โดย รศ.ดร.พนิต ภู่จินดา

MICE Intelligence Team

การออกแบบเมือง สิ่งสำคัญที่ต้องคำนึงถึงมี 3 เรื่องใหญ่ ได้แก่ สภาพแวดล้อมในเชิงกายภาพ การพัฒนาเศรษฐกิจ และการพัฒนาสังคม ทั้งสามสิ่งเป็นวงล้อที่เชื่อมโยงและเกี่ยวพันกัน เพราะเมื่อสิ่งหนึ่งเปลี่ยน ก็จะดึงให้อีกสิ่งเปลี่ยนไปด้วย