AI Summary
Liberty Media รายงานปี 2566 ฟอร์มูล่าวันมีผู้ชมทั่วโลกกว่า 1.5 พันล้านคน รายได้เพิ่มจาก 2.573 พันล้านดอลลาร์เป็น 3.222 พันล้านดอลลาร์
การจัดงานฟอร์มูล่าวันเพียงงานเดียวในช่วงสั้น ๆ อาจไม่ใช่กลยุทธ์ที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน ต้องผนวกกิจกรรมไมซ์อื่น ๆ เพื่อกระตุ้นค่าใช้จ่ายและระยะเวลาพำนัก
ประเทศไทยมีนโยบายเป็น World Class Event Hub และเสนอตัวเป็นเจ้าภาพฟอร์มูล่าวัน เพื่อดึงนักท่องเที่ยว กระตุ้นเศรษฐกิจ และสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับประเทศ
จีนและกาตาร์เป็นกรณีศึกษาแสดงแนวทางต่อยอดไมซ์ เช่น พัฒนากิจกรรมไมซ์ร่วมกับการแข่ง สร้างพันธมิตรกับสายการบิน/โรงแรม มอบประสบการณ์พิเศษ และใช้การตลาดหลากช่องทาง
ค่าใช้จ่ายลิขสิทธิ์สูง 715–2,000 ล้านบาทต่อปี และค่าใช้จ่ายปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐาน ทำให้หลายประเทศถอนตัวอย่างมาเลเซียที่ขาดทุน
ในปี 2567 รัฐบาลไทยมีวิสัยทัศน์ และได้ออกแผนยุทธศาสตร์ในการพัฒนาประเทศให้เป็นศูนย์กลางการจัดแสดงและการแข่งขันกีฬาระดับโลก โดยหนึ่งในกีฬาที่รัฐบาลไทยต้องการดึงเข้ามาจัดงานในประเทศไทยคือ การแข่งขันฟอร์มูล่าวัน (Formula One: F1) ซึ่งเป็นการแข่งขันรถที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก เปรียบเสมือน “โอลิมปิกของวงการรถแข่ง” เนื่องจากสามารถดึงดูดนักเดินทางที่ชื่นชอบการแข่งขันรถได้จากทั่วทุกมุมโลก และก่อให้เกิดผลกระทบเชิงบวกแก่เศรษฐกิจไทย พร้อมกับส่งเสริมภาพลักษณ์ที่ดีต่อการจัดงานระดับนานาชาติ
Key takeaways
ข้อมูลของ Liberty Media Corporation รายงานว่าในปี 2566 การแข่งขันฟอร์มูล่าวันทั่วโลกมีจำนวนผู้ชมรวมมากกว่า 1.5 พันล้านคน แบ่งเป็นผู้ชมติดขอบสนาม 6 ล้านคน ผู้ชมทางโทรทัศน์ 1.5 พันล้านคน และผู้ติดตามในช่องทางโซเชียลมีเดียอีกประมาณ 70.5 ล้านคน ซึ่งรายรับในปี 2566 เพิ่มขึ้นจาก 2.573 พันล้านดอลลาร์ เป็น 3.222 พันล้านดอลลาร์ การเติบโตของรายได้เป็นผลมาจากจำนวนผู้ชมทั่วโลกที่เพิ่มขึ้น ซึ่งช่วยดึงดูดผู้สนับสนุนและพันธมิตรรายใหม่
การจัดงานใหญ่เพียงงานเดียวในช่วงเวลาสั้น ๆ อย่างการจัดฟอร์มูล่าวัน อาจไม่ใช่กลยุทธ์ที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน ผู้ประกอบการไมซ์จำเป็นต้องผนวกการจัดงานประเภทอื่น ๆ เข้าไปด้วย เพื่อกระตุ้นค่าใช้จ่ายและเพิ่มระยะเวลาพำนักของนักเดินทาง เช่น การพัฒนาต่อยอดกิจกรรมไมซ์ การสร้างพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ การส่งเสริมการตลาดอย่างมีประสิทธิภาพ

โอกาสของประเทศไทยในการจัดการแข่งขันฟอร์มูล่าวัน
“ฟอร์มูล่าวัน” เป็นรายการแข่งขันรถแข่งชิงแชมป์โลกที่มีชื่อเสียงที่สุดในวงการแข่งรถ โดยการแข่งขันจะอยู่ในรูปแบบที่เรียกว่า “Grand Prix” คือแข่งขันแบบหลายรอบ หลายสนามตามประเทศต่าง ๆ ที่ได้รับสิทธิ์การจัดการแข่งขัน เพื่อเก็บคะแนนสะสมหาผู้ชนะในปีนั้น ๆ โดยปกติแล้วจะจัดการแข่งขันในช่วงเดือนมีนาคม-ธันวาคมของทุกปี และได้รับความนิยมต่อเนื่องยาวนานกว่า 74 ฤดูกาล
ข้อมูลจาก Liberty Media Corporation เผยให้เห็นถึงความนิยมที่เพิ่มสูงขึ้นของกีฬามอเตอร์สปอร์ต โดยแบ่งเป็นผู้ชมติดขอบสนาม 6 ล้านคน ผู้ชมทางโทรทัศน์ 1.5 พันล้านคน และมีผู้ติดตามผ่านโซเชียลมีเดียอีก 70.5 ล้านคน ความสำเร็จส่งผลต่อรายได้ที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งในปี 2566 รายได้ของการแข่งขันฟอร์มูล่าวันสูงขึ้นจาก 2.573 พันล้านดอลลาร์ เป็น 3.222 พันล้านดอลลาร์ ปัจจัยหลักมาจากฐานผู้ชมทั่วโลกที่เพิ่มขึ้น มีผู้สนับสนุนและพันธมิตรรายใหม่ต้องการลงทุนในการแข่งขัน แสดงให้เห็นถึงศักยภาพของกีฬาประเภทนี้ในการกระตุ้นเศรษฐกิจ ดึงดูดนักท่องเที่ยว และส่งเสริมภาพลักษณ์ของประเทศ

ภาครัฐไทยมีนโยบายผลักดันให้ประเทศไทยเป็น “World Class Event Hub” ผ่านการดึงงานเวิลด์อีเวนต์ Music, Sports, Food & Lifestyle โดยปลายเดือนเมษายน 2567 ทางรัฐบาลไทยได้ประกาศเสนอตัวเป็นเจ้าภาพการแข่งขันฟอร์มูล่าวัน ซึ่งจะเป็นโอกาสอันล้ำค่าในการดึงดูดนักท่องเที่ยว กระตุ้นเศรษฐกิจ และสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับประเทศ
หากประเทศไทยได้สิทธิ์จัดการแข่งขันฟอร์มูล่าวัน คาดว่าจะสามารถดึงนักท่องเที่ยวได้ถึง 300,000 คน สร้างรายได้ให้ประเทศ 12,000 ล้านบาท และสร้างงานได้กว่า 6,000 ตำแหน่ง โดยการนำการแข่งขันฟอร์มูล่าวันมาสู่ประเทศไทย ถือเป็นกลยุทธ์สำคัญที่สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ "IGNITE TOURISM THAILAND 2025" ที่มุ่งหวังให้ไทยกลายเป็นศูนย์กลางการจัดงานอีเวนต์ระดับโลกตลอดทั้งปี (Annual Event) และยกสถานะประเทศไทยให้กลายเป็นหนึ่งในเจ้าภาพหลักของมหกรรมกีฬาระดับโลก (World Class Event)

อย่างไรก็ตาม แม้ว่าการเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันฟอร์มูล่าวันจะสามารถสร้างรายได้มหาศาลให้แก่ประเทศเจ้าภาพ แต่การจัดงานใหญ่เพียงงานเดียวในช่วงเวลาสั้น ๆ อาจไม่ใช่กลยุทธ์ที่ยั่งยืน ผู้ประกอบการไมซ์จำเป็นต้องผนวกการจัดงานประเภทอื่น ๆ เข้าไปด้วย เพื่อกระตุ้นค่าใช้จ่ายและเพิ่มระยะเวลาพำนักของนักเดินทาง
ตัวอย่างเช่น ประเทศจีนที่เป็นเจ้าภาพในสนามการจัดงานฟอร์มูล่าวัน เมื่อวันที่ 19-21 เมษายน 2567 ณ นครเซี่ยงไฮ้ สามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวที่อยู่นอกเซี่ยงไฮ้ให้เข้ามาร่วมงานได้กว่า 70% นอกจากนี้ ทางประเทศจีนยังสนับสนุนให้จัดเทศกาลวัฒนธรรมรถยนต์ “Shanghai Auto Culture Festival” ในช่วงเวลาเดียวกัน ซึ่งภายในงานจะมีกิจกรรมหลากหลาย เช่น คาร์นิวัล การแข่งรถ งานแสดงรถโบราณ และโรงภาพยนตร์รถยนต์ พร้อมเปิดจุดชมวิวยอดนิยม 9 แห่ง โดยผู้เข้าร่วมงานสามารถใช้ตั๋วอิเล็กทรอนิกส์ หรือใบอนุญาตทำงานสำหรับการแข่งขันฟอร์มูล่าวัน Chinese Grand Prix เพื่อแสดงสิทธิ์การเข้าชมฟรี ส่งผลให้มีผู้เข้าชมกว่า 200,000 คน การจัดกิจกรรมไมซ์ที่เกี่ยวข้องในช่วงเวลาเดียวกันนี้ จะช่วยเพิ่มโอกาสให้นักเดินทางได้เข้าร่วมงานอื่น ๆ ต่อเนื่องกัน ทำให้สามารถเพิ่มรายได้และการใช้จ่ายภายในประเทศเจ้าภาพได้มากยิ่งขึ้น ซึ่งเป็นกลยุทธ์ที่สามารถสร้างความยั่งยืนในการจัดงานใหญ่ระดับโลกได้ในระยะยาว

เช่นเดียวกับประเทศกาตาร์ ที่ได้ร่วมมือกับสายการบินกาตาร์ แอร์เวย์ นำเสนอแพ็กเกจ Formula 1® Ultimate Fan Experience Package ที่ถูกจัดขึ้น ณ กรุงโดฮา ในปี 2566 เพื่อมอบประสบการณ์สุดเร้าใจให้กับผู้ที่ชื่นชอบกีฬามอเตอร์สปอร์ต มอบสิทธิพิเศษต่าง ๆ เช่น การเข้าชมงานเจนีวา อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ (Geneva International Motor Show) ตั๋วเครื่องบินไป-กลับ โรงแรมที่พัก Paddock Club สามารถเข้าถึงพิทเลน (Pit Lane) และแฟนโซน (Fan Zone) ร่วมรับประทานอาหารกลางวันและพบปะกับเหล่านักแข่งรถฟอร์มูล่าวัน เป็นต้น การออกแบบกิจกรรมไมซ์อย่างสร้างสรรค์เช่นนี้ไม่เพียงแต่มอบประสบการณ์ที่เอ็กซ์คลูซีฟให้กับผู้เข้าร่วม แต่ยังช่วยกระตุ้นการสร้างรายได้ในอุตสาหกรรมบริการอีกด้วย
จากกรณีศึกษาข้างต้นของประเทศจีน และประเทศกาตาร์ ทำให้เห็นถึงแนวทางสำคัญที่ผู้ประกอบการไมซ์สามารถนำมาประยุกต์ได้ เช่น การพัฒนาต่อยอดกิจกรรมไมซ์ นอกเหนือจากการจัดการแข่งขันหลักอย่างฟอร์มูล่าวัน ยังสามารถต่อยอดจัดงานอื่น ๆ ได้ อาทิ ทัวร์สถานที่ท่องเที่ยวสำคัญในประเทศ การจัดแสดงวัฒนธรรมไทย หรือการสัมมนาเกี่ยวกับมอเตอร์สปอร์ต เพื่อเพิ่มมูลค่าและความหลากหลายให้แก่ผู้เข้าร่วมงาน การสร้างพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ การร่วมมือกับสายการบิน โรงแรม และองค์กรต่าง ๆ จะช่วยเสริมสร้างความน่าสนใจของกิจกรรมและเพิ่มโอกาสในการขาย การนำเสนอประสบการณ์เฉพาะตัว การมอบสิทธิพิเศษ อาทิ การเข้าถึงพื้นที่พิเศษ การพบปะกับนักแข่ง หรือการร่วมกิจกรรมหลังการแข่งขัน จะช่วยสร้างประสบการณ์ที่น่าจดจำผู้เข้าร่วม การส่งเสริมการตลาดอย่างมีประสิทธิภาพ การใช้ช่องทางการตลาดที่หลากหลาย และการประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อสังคมออนไลน์จะช่วยดึงดูดกลุ่มเป้าหมายและเพิ่มการรับรู้ในระดับสากล ซึ่งจะช่วยยกระดับประเทศไทยให้กลายเป็นจุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวระดับโลกอย่างแท้จริง

อย่างไรก็ตาม การได้รับสิทธิ์เป็นผู้จัดงานแข่งขันฟอร์มูล่าวันถือเป็นความท้าทายอย่างยิ่งสำหรับประเทศไทย เนื่องจากต้องการการสนับสนุนเงินทุนจำนวนมาก โดยเฉพาะค่าลิขสิทธิ์ในการเป็นเจ้าภาพ ซึ่งจะมีราคาอยู่ที่ 715-2,000 ล้านบาทต่อปี ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับระยะเวลาของสัญญา นอกจากนี้ยังมีค่าใช้จ่ายในการปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐาน ตลอดจนการดำเนินงานด้านอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง ด้วยค่าใช้จ่ายที่สูงและความท้าทายทั้งจากปัจจัยภายใน และภายนอก ทำให้หลายประเทศที่เคยเป็นเจ้าภาพการแข่งขันฟอร์มูล่าวันต่างประสบปัญหาทางการเงินและขาดทุน จนต้องถอนตัวหลังหมดสัญญาในที่สุด
ตัวอย่างที่เห็นได้ชัด จากประเทศมาเลเซีย ประเทศแรกในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่ได้เป็นเจ้าภาพจัดแข่งขันฟอร์มูล่าวัน มาตั้งแต่ปี 2542 ณ สนาม Sepang International Circuit อย่างไรก็ตาม หลังจากทุ่มเทจัดการแข่งขันมาอย่างต่อเนื่องนานถึง 19 ปี มาเลเซียตัดสินใจยุติการเป็นเจ้าภาพในปี 2561 เหตุผลหลักมาจากการขาดทุนสะสม ราคาน้ำมันในตลาดโลกตกต่ำส่งผลกระทบต่อรายได้จากการท่องเที่ยวและค่าธรรมเนียมการจัดงาน เศรษฐกิจภายในประเทศที่ซบเซา ผู้คนมีกำลังซื้อลดลงส่งผลต่อยอดผู้เข้าชม ค่าใช้จ่ายในการปรับปรุงสนามแข่งที่เพิ่มสูงขึ้น และคู่แข่งประเทศใกล้เคียงอย่างประเทศสิงคโปร์เริ่มจัดการแข่งขันแบบไนท์เรซ ซึ่งดึงดูดความสนใจจากนักท่องเที่ยวได้มากกว่า

บทเรียนสำคัญจากกรณีศึกษาต่างประเทศในการได้ลิขสิทธิ์การจัดการแข่งขันฟอร์มูล่าวัน ชี้ให้เห็นถึงความจำเป็นในการวิเคราะห์โอกาส และความเป็นไปได้ทั้งปัจจัยภายใน และภายนอก เพื่อหาผลกระทบเชิงบวกและเชิงลบในการจัดงาน เช่น การศึกษาฐานแฟนคลับที่ชื่นชอบการแข่งขันฟอร์มูล่าวันทั้งภายในประเทศ และต่างประเทศ การร่วมมือกันระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน ตลอดจนคู่แข่งบริเวณใกล้เคียงที่อาจจะจัดงานในลักษณะที่คล้ายคลึงกัน เป็นต้น เพื่อลดความเสี่ยง และเพิ่มโอกาสความสำเร็จในการดึงดูดนักลงทุน และพันธมิตรเข้ามาสนับสนุนการจัดงาน ตลอดจนสร้างรายได้ให้แก่ประเทศ ทั้งนี้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงผู้ประกอบการไมซ์จะต้องต่อยอดงานไมซ์อย่างสร้างสรรค์ เพื่อให้สามารถจูงใจนักเดินทางที่มาเข้าชมการแข่งขันให้ไปเที่ยวยังสถานที่อื่น ๆ ในประเทศไทย ซึ่งจะช่วยส่งเสริมภาพลักษณ์ให้ประเทศไทยในฐานะผู้จัดงานระดับนานาชาติ
MICE Outlook สัปดาห์หน้า ขอพาทุกท่านไปติดตามความเคลื่อนไหวทางการเมืองจากประเทศสหรัฐอเมริกา ศึกชี้ชะตาเศรษฐกิจโลก เตรียมพบกับเนื้อหาครบถ้วนทุกแง่มุม ทั้งการวิเคราะห์ผลการเลือกตั้ง คาดการณ์ผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลก และโอกาสต่ออุตสาหกรรมไมซ์ในประเทศไทย
_1764065886225.png)