ทุกวันนี้เราจะเห็นการทำการตลาดมากมายบน Facebook แบบ “เฉพาะเจาะจง” มากขึ้น ผู้บริโภคจะได้รับข้อมูลสินค้าต่าง ๆ ในเรื่องที่ตัวเองสนใจแบบเฉพาะรายบุคคล เห็นได้จากหน้า Feed Facebook ที่ข้อมูลส่วนใหญ่จะปรากฏเฉพาะเรื่องที่เราสนใจ หรือแสดงสินค้าที่เราเคยค้นหา และปฎิเสธไม่ได้เลยว่า การทำตลาดรูปแบบนี้สามารถเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายและเห็นผลเป็นอย่างมาก การโฆษณาทาง Facebook คือเครื่องมือทรงพลังที่นำมาสู่ยอดขายมหาศาลผ่านการสั่งซื้อทางเพจ หรือทางเว็บไซต์อีคอมเมิร์ซ โดย Facebook ใช้วิธีประมวลข้อมูลจากพฤติกรรมผู้บริโภค และนำเสนอสินค้าและบริการต่างๆ ไปยังกลุ่มลูกค้าเป้าหมายโดยเฉพาะ ข้อมูลสินค้าจะปรากฏเฉพาะลูกค้าบุคคลนั้นๆ ที่เคยค้นหาสินค้าประเภทนั้น หรือสินค้าที่เกี่ยวข้องกัน ทำให้ข้อมูลส่งตรงไปสู่ความต้องการของลูกค้าได้อย่างถูกคน อันนำไปสู่การตัดสินใจซื้อในที่สุด โดยการตลาดรูปแบบนี้เราเรียกว่า “Personalization” 


Personalization  นับเป็นกลยุทธ์ทางการตลาดที่กำลังเป็นที่นิยมสำหรับยุคนี้ เพราะเป็นรูปแบบการสร้างประสบการณ์ที่เหมาะสมกับความต้องการของกลุ่มเป้าหมาย และโดนใจผู้บริโภคในแต่ละคน เสริมสร้างความประทับใจทั้งลูกค้าเดิมและสร้างกลุ่มลูกค้าใหม่ไปพร้อม ๆ กัน ด้วยการวิเคราะห์และเก็บข้อมูลพฤติกรรมลูกค้าแบบเชิงลึก ซึ่งทุกวันนี้มีการทำการตลาดแบบ Personalization ในชีวิตประจำวันอยู่แล้ว จากการสอบถามข้อมูลหรือความคิดเห็นต่าง ๆ จากลูกค้า ยกตัวอย่างการนำมาใช้ในกลุ่มธุรกิจต่าง ๆ 

โรงแรม Hilton ในกรุงลอนดอน เปิดตัวห้องพักสุดหรู ‘Vegan Suite’ เจาะกลุ่มตลาดชาววีแกน เลือกวัสดุพิเศษมาใช้โดยเฉพาะ เช่น คีย์การ์ดทำจาก Pinatex หรือ หนังเทียมใยสับปะรด พื้นห้องใช้ไม้ไผ่ หมอนที่ทำจากวัสดุที่ไม่ใช่ขนสัตว์ ผลิตภัณฑ์ในห้องน้ำที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและไม่ได้ทดลองกับสัตว์

Spotify บริการสตรีมเพลง ได้ทำการจับพฤติกรรมผู้ใช้งาน และนำเสนอเพลย์ลิสต์เพลงที่เหมาะสมกับลูกค้าผู้ใช้งานแต่ละคน

Netflix ธุรกิจสตรีมมิ่งวิดีโอออนไลน์ ใช้ข้อมูลผู้ใช้งาน มานำเสนอภาพยนตร์ที่ตรงกับความต้องการและความชอบของผู้ใช้งาน

Grab Food ประสบความสำเร็จอย่างมากในการนำ Personalization  มาใช้ ด้วยการแนะนำร้านอาหารตามสถานที่ที่เราอยู่บริเวณนั้น แนะนำเมนูใกล้เคียง หรือเมนูที่เราเคยออเดอร์ไปแล้ว

Shopee เว็บไซต์อีคอมเมิร์ซที่ใช้วิธีการเก็บข้อมูลผู้ใช้งานในการนำเสนอสินค้า โดยดูพฤติกรรมของผู้ใช้งานว่ามีความสนใจ หรือชอบสินค้าประเภทไหน สินค้าชิ้นไหนที่กดเข้าไปดู หรือค้นหาบ่อย Shopee ก็จะนำเสนอสินค้านั้น ๆ ให้ลูกค้าเห็นบ่อย ๆ หรือขึ้นแนะนำสินค้าที่เกี่ยวเนื่องกัน เพื่อให้เกิดการซื้อในท้ายที่สุด
 

ในยุคดิจิทัลแบบนี้ แน่นอนว่าเทคโนโลยีเป็นอีกหนึ่งตัวเสริมที่จะยิ่งทำให้การทำการตลาดแบบ Personalization น่าสนใจและมีประสิทธิภาพมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็น

VOICE การใช้ระบบ ‘เสียง’ มาเป็นตัวช่วยให้ลูกค้ามีส่วนร่วมกับกิจกรรม ทั้งการค้นหาข้อมูล การซื้อสินค้าและบริการ จากการสำรวจโดย Voice.com พบว่าเสียงคนจริง ๆ จะได้รับความนิยมมากกว่าเสียงที่ดัดแปลงหรือแต่งจากระบบคอมพิวเตอร์

ระบบ AI นักการตลาดรุ่นใหม่นิยมใช้ระบบ AI มาคำนวณและวิเคราะห์ข้อมูล เพื่อทำโฆษณาออนไลน์ พร้อมทั้งส่งข้อมูลไปยังกลุ่มเป้าหมายได้อย่างตรงจุดและถูกกลุ่ม และสามารถเพิ่มความพึงพอใจและประสบการณ์ที่ดีขึ้นแก่ลูกค้า

FACIAL REACTIONS เก็บข้อมูลด้วยวิธีการแสดงออกทางใบหน้า และนำมาประกอบการพิจารณาว่าควรนำเสนอประสบการณ์รูปแบบไหนให้กับผู้บริโภค นอกจากนี้ยังมีเทคโนโลยีสุดทันสมัยที่สามารถแจ้งว่าผู้ร่วมงานคนไหนเป็น ผู้ซื้อหน้าใหม่ พร้อมดึงข้อมูลส่วนตัวคนนั้นออกมาดูได้ทันที ไม่ว่าจะเป็นความชอบ สิ่งที่ต้องการ หรือวัตถุประสงค์ของการมางาน เพื่อเจ้าของสินค้าสามารถทราบถึงความต้องการจริง ๆ  ของลูกค้าบุคคลนั้น จะได้สร้างประสบการณ์ที่ดีที่สุดแก่ลูกค้าคนนั้น

ADAPTIVE WEBSITE ถึงเวลาแล้วที่เว็บไซต์ต้องพัฒนาไปตามความต้องการของผู้ใช้งาน โดยเว็บไซต์รูปแบบนี้สามารถปรับเปลี่ยนองค์ประกอบของหน้าเว็บให้สอดคล้องกับความต้องการ และความสนใจของผู้เข้าเว็บไซต์แต่ละคน ปรับเปลี่ยนตามรสนิยมและความชอบ เพื่อเป็นการสร้างความประทับใจในลักษณะเฉพาะ

AR TECHNOLOGY ผสมผสานโลกแห่งความจริงและโลกเสมือนเข้าด้วยกัน (AR) ผ่านทางสมาร์ทโฟนของลูกค้ามากขึ้น เช่น บริษัทเครื่องสำอาง ที่ให้ลูกค้าทดลองแต่งหน้าผ่านแอปพลิเคชัน ในการตัดสินใจเลือกซื้อสินค้า


ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าทุกวันนี้การทำการตลาดด้วยวิธี Personalization เข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวันของเราเป็นอย่างมาก แบบที่บางทีเราไม่รู้ตัวเลยด้วยซ้ำ เป็นอีกหนึ่งกลยุทธ์สำคัญในการทำการตลาดสำหรับทุกธุรกิจในปัจจุบัน ไมเซอร์ในยุคนี้เองก็ควรหาโอกาสนำแนวคิดนี้มาปรับใช้ด้วยเช่นกัน เพราะเป็นการสร้างงานเฉพาะกลุ่มเพื่อผู้ร่วมงานอย่างแท้จริง ทำให้ผู้ร่วมงานได้มีส่วนร่วมในสิ่งที่พวกเขาสนใจจริงๆ สร้างประสบการณ์การเป็น ‘คนพิเศษ’ ให้กับผู้ร่วมงาน หากไมเซอร์ต้องการให้งานมีประสิทธิภาพและตอบโจทย์ผู้ร่วมงานมากขึ้น จำเป็นต้องจัดงานที่มีเนื้อหาหลากหลาย มีความเป็นกันเอง สร้างปฏิสัมพันธ์ภายในงานให้เกิดการมีส่วนร่วม และมีความหยืดหยุ่นตามความต้องการของผู้ร่วมงาน ยิ่งไปกว่านั้น หากนำ Personalization มาใช้ร่วมกับเทคโนโลยีก็ยิ่งเป็นการผลักดันในการวางแผนการจัดงานให้มีความเหมาะสม พร้อมทั้งพัฒนางานให้ตอบโจทย์ความต้องการของผู้ร่วมงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น 

Recently Blog

Personalization in MICE
จัดงานไมซ์สไตล์ Personalization
ทำอย่างไร…

MICE Intelligence Team

สำหรับงานไมซ์ในยุคนี้ การให้ความสำคัญกับผู้ร่วมงาน และทำให้ผู้ร่วมงานรู้สึกว่าเป็นงานเพื่อเขาจริง ๆ เป็นสิ่งสำคัญ ไมเซอร์จำเป็นต้องจัดงานในลักษณะที่หลากหลาย เปิดกว้าง มีทางเลือกต่างๆ ให้กับผู้ร่วมงาน

Beyond Experiences
รู้จัก Personalization…
เทรนด์การตลาดแนวใหม่
เพื่อจับใจกลุ่มเป้าหมาย

MICE Intelligence Team

Personalization นับเป็นกลยุทธ์ทางการตลาดที่กำลังเป็นที่นิยมสำหรับยุคนี้ เพราะเป็นรูปแบบการสร้างประสบการณ์ที่เหมาะสมกับความต้องการของกลุ่มเป้าหมาย และโดนใจผู้บริโภคในแต่ละคน เสริมสร้างความประทับใจทั้งลูกค้าเดิมและสร้างกลุ่มลูกค้าใหม่ไปพร้อมๆ กัน

Recap MICE Intelligence Talk #4
ไมซ์ทั่วไทย: ปลุกตลาดในประเทศ
ด้วยประสบการณ์พิเศษ
และความคิดสร้างสรรค์ (Part 2)

MICE Intelligence Team

Recap MICE Intelligence Talk #4 (Part 2) ติดตามกันต่อกับประเด็นทอล์กอัดแน่นในหัวข้อ ไมซ์ทั่วไทย: ปลุกตลาดในประเทศด้วยประสบการณ์พิเศษและความคิดสร้างสรรค์