Recap: Webinar ‘AVIATION NEW PROTOCOL: When We Fly Again’

Author : MICE Intelligence Team
Views 177 | 30 Jun 2020

อุตสาหกรรมการบินคืออุตสาหกรรมสำคัญที่เป็นประตูสู่การเดินทางของทุก ๆ ธุรกิจ แต่สถานการณ์ปัจจุบันทำให้หลายประเทศประกาศปิดน่านฟ้าหรืองดให้บริการการบินเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อธุรกิจการบิน เมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม 2563ทีเส็บจึงได้จัดงานสัมมนาออนไลน์ เชิญวิทยากรผู้เชี่ยวชาญ 3 ท่านในวงการการบินมาแลกเปลี่ยนถึงแนวทางมาตรการการบินหลังจากนี้

ดร.จุฬา สุขมานพ ผู้อำนวยการสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.)

คุณสันติสุข คล่องใช้ยา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายการบินไทยแอร์เอเชีย

คุณปณิธี มงคลหัตถี ผู้จัดการแผนกลูกเรือ สายการบินนอร์วิเจียน

โดยมีคุณนิชาภา ยศวีร์รองผู้อำนวยการ สายงานธุรกิจ สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) เป็นผู้นำเสวนา และดำเนินรายการโดยคุณประชุม ตันติประเสริฐสุข อุปนายกสมาคมส่งเสริมการประชุมนานาชาติ (ไทย)

มาตรการการบินจะเปลี่ยนไป

ดร. จุฬา จาก กพท. กล่าวว่า ระเบียบการบินที่ กพท. ประกาศใช้จะเปลี่ยนแปลงไปเรื่อย ๆ โดยยึดมาตรการจากกระทรวงสาธารณสุขเป็นหลัก และแต่ละประเทศมีมาตรการการบินแตกต่างกันเพราะลักษณะการแพร่ระบาดของโรคต่างกัน ทั้งนี้มาตรการต่าง ๆ ล้วนออกมาเพื่อจุดประสงค์หลักคือลดการแพร่ระบาดของโรคภายในประเทศ

แรกเริ่ม กพท.ประกาศมาตรการให้คัดกรองผู้โดยสารขาเข้าก่อน แต่เมื่อสถานการณ์แย่ลงจึงประกาศห้ามอากาศยานบินเข้าประเทศ แต่บินออกได้ เพื่อไม่ให้เกิดปัญหากับ Cargo ขนส่งสินค้า เนื่องจากเครื่องบินพลเรือนส่วนใหญ่อาศัยการขนสินค้ามาพร้อมกับผู้โดยสาร เมื่อประกาศห้ามบินเข้าอาจจะทำให้เกิดปัญหากับธุรกิจต่าง ๆ จึงต้องสำรองเที่ยวบินขาออกไว้ด้วย

กรณีที่ผ่อนปรนให้บินได้บ้างแล้ว กพท. คาดว่ายังต้องรอประกาศจากกระทรวงสาธารณสุขก่อน มาตรการบางอย่างอาจทำได้จริงในทางทฤษฎีแต่จะเป็นปัญหากับต้นทุนของสายการบิน จึงต้องปรับเปลี่ยนไปตามหน้างาน สถานการณ์นี้เป็นครั้งแรกที่ทั้งโลกต้องรับมือ ดังนั้นก็ต้องเรียนรู้ไปพร้อม ๆ กัน

มาตรการที่สนามบินตอนนี้คือ ตรวจอุณหภูมิของผู้โดยสาร ให้ผู้โดยสารทุกคนใส่หน้ากาก และรักษาระยะห่างทางสังคมเพื่อลดความเสี่ยงในการติดเชื้อและแพร่ระบาดของโรค

หลังจากงานเสวนาในวันที่ 21 เมษายน 2563 มีความเคลื่อนไหวในวงการบินเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง อ่านเพิ่มเติมได้จาก ประกาศของสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย

แนวโน้มของธุรกิจการบิน

คุณสันติสุขจากไทยแอร์เอเชียกล่าวว่า สายการบินปฏิบัติตามข้อบังคับต่าง ๆ ที่รัฐบาล หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องประกาศเพื่อความสบายใจของผู้โดยสาร ส่วนเรื่องผลกระทบทางธุรกิจ แอร์เอเชียปิดเที่ยวบินไปประมาณ 15% ตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ที่ไวรัสเริ่มแพร่ระบาด เมื่อสถานการณ์ลุกลามมากขึ้น หลายประเทศก็มีมาตรการปิดประเทศ หรือเพิ่มเงื่อนไขในการเดินทาง เช่น เอกสารรับรองทางการแพทย์ จนกระทั่งสิ้นเดือนมีนาคม ประเทศไทยประกาศพ.ร.ก.ฉุกเฉิน วันที่ 1 เมษายน แอร์เอเชียจึงหยุดบินทั้งในและต่างประเทศ

ช่วงปลายเดือนเมษายนสายการบินต่าง ๆ พูดคุยกับ กพท.ว่าจะมีมาตรการอย่างไรบ้างเพื่อจะกลับมาบิน เป้าหมายหลักคือเพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้โดยสารที่ “มีความจำเป็น” จะต้องเดินทาง ใช้เครื่องบินประมาณ 10% จากทั้งหมดที่มี เดือนมิถุนายนก็คาดว่าสถานการณ์จะผ่อนคลายขึ้นและจะค่อย ๆ กลับมาบินได้ การกลับมาเพิ่มเที่ยวบินจะเริ่มจากในประเทศก่อน ส่วนเที่ยวบินระหว่างประเทศยังต้องรอประกาศทางจากทาง กพท. คาดว่าจะเป็นช่วงกรกฎาคมหรือสิงหาคม โดยจะเริ่มบินในประเทศที่พร้อมก่อน และต้องรอดูเงื่อนไขของแต่ละประเทศ เช่น จีนกับไทยมีเงื่อนไขกันอย่างไร จะรับนักเดินทางจากอีกประเทศเข้ามาได้ไหม หรือในประเทศใกล้ ๆ อย่างเวียดนามกับกัมพูชาก็อาจจะเปิดเส้นทางได้ก่อน โดยหวังว่าในไตรมาสสุดท้ายสถานการณ์จะดีขึ้น ทั้งตลาดในประเทศและตลาดต่างประเทศ

คุณสันติสุขกล่าวถึงการคาดการณ์จำนวนนักเดินทางที่จะเข้ามาในประเทศไทยจากหลายสำนัก เช่น Economic Intelligence Center (EIC) ของธนาคารไทยพาณิชย์คาดว่าจะมีนักเดินทางเข้ามาประมาณ 13 ล้านคน จากเดิม 40 ล้านคน ขณะที่ ททท. คาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวจะเหลือ 16 ล้านคน ก็เป็นตัวชี้วัดหนึ่งว่านักเดินทางน่าจะหายไปมากกว่าครึ่ง ธุรกิจการบินก็น่าจะล้อไปกับจำนวนนักเดินทางที่เข้ามาในประเทศ

ส่วนการเดินทางในประเทศก็ดูมีแนวโน้มที่ดี การท่องเที่ยวในประเทศอาจจะฟื้นขึ้นมาได้เร็วกว่า แต่จำนวนนักท่องเที่ยวในระยะสั้นน่าจะหายไปกว่าครึ่ง

“ถึงหลายสำนักจะมองว่าสายการบินจะฟื้นตัวช้า แต่ก็ขึ้นอยู่กับว่าตัวสายการบินจะยอมรับสถานการณ์ได้หรือเปล่า เราเห็นว่าที่ผ่าน ๆ มาถ้าสถานการณ์คลี่คลายทุกอย่างจะกลับมาอย่างรวดเร็ว ถ้าคิดว่ามันจะฟื้นตัวช้าก็ สายการบินก็จะทำงานแบบหนึ่ง แต่ถ้าสายการบินคิดว่าอยากกลับมาเร็วก็จะทำงานอีกแบบเพื่อให้ฟื้นกลับมาได้เร็ว ทำงานเชิงรุกมากขึ้นเพื่อดึงนักเดินทางกลับมา” คุณสันติสุขแนะนำ

อย่างไรก็ตาม จำนวนที่นั่งที่หายไปก็มีผลต่ออัตราค่าโดยสาร โดยปกติแล้วค่าโดยสารเครื่องบินคิดเป็นรายที่นั่ง การปิดที่นั่งโซนกลางเพื่อสร้างความมั่นใจทำให้ที่นั่งหายไปประมาณ 30% ระบบทำราคาของสายการบินจึงเสียหาย ค่าโดยสารสูงขึ้นโดยไม่จำเป็น สายการบินยังมีต้นทุนค่าแรงลูกเรือเท่าเดิม ทั้งนักบินและลูกเรือบนเครื่อง ซึ่งต้องมีจำนวนตามขั้นต่ำที่ระเบียบของ กพท.กำหนดไว้ จำนวนลูกเรือไม่ได้แปรผันตามจำนวนผู้โดยสาร แต่เป็นจำนวนประตูบนเครื่อง นั่นแปลว่าแม้บนเครื่องจะมีผู้โดยสารไม่ถึง 50% ก็ยังต้องมีลูกเรืออย่างน้อย 4 คน สำหรับกรณีฉุกเฉินเพื่อช่วยเหลือผู้โดยสาร ราคาน้ำมันที่ถูกลงก็ไม่ได้มีผลทันทีกับธุรกิจการบิน เพราะปกติแล้วสายการบินจะประกันราคาน้ำมันไว้ล่วงหน้า ไม่ได้ซื้อเป็นรายวัน ดังนั้น ต้นทุนการบินจึงเท่าเดิม แต่รายได้ลดลง ซึ่งไม่เป็นผลดีในระยะยาว

ธุรกิจการบินปรับตัวรับ New Normal ลดการสัมผัส เพิ่มระยะห่างทางสังคม

การจัดการและบริการในภาคพื้นดิน ดร.จุฬาเน้นถึงบริเวณอาคารผู้โดยสารของสนามบิน หลัก ๆ คือต้องรักษาระยะห่างทางสังคมเพื่อป้องกันการระบาด ตั้งแต่เคาน์เตอร์เช็กอิน บนรถชัตเทิลบัส หรือระหว่างปล่อยผู้โดยสารขึ้นไปบอร์ดดิง (Boarding) ส่วนมาตรการเพื่อความปลอดภัยอื่น ๆ ยังเหมือนเดิม

ขณะที่ฝั่งสายการบินอย่างไทยแอร์เอเชียดำเนินนโยบาย Contactless มานานแล้ว ซึ่งสอดรับกับสถานการณ์ช่วงนี้พอดี “จริง ๆ สายการบินทำมานานแล้ว ตั้งแต่จองตั๋วออนไลน์ เช็กอินผ่านเว็บไซต์หรือ Kiosk ตอนนี้ Kiosk ของสายการบินไม่ต้องสัมผัสแล้ว เช็กอินผ่านมือถือแล้วสแกน QR code เช็กอิน
ปรินท์แท็กกระเป๋าได้เอง ติดได้เองแล้วไป drop เฉย ๆ ไม่จำเป็นต้องไปที่เคาน์เตอร์ ถึงขึ้นเครื่องก็ไม่จำเป็นต้องเจอใครแล้ว ใช้เว็บเช็กอินแสดงให้พนักงานดูเพื่อขึ้นเครื่องได้เลย” คุณสันติสุขกล่าว

ส่วนลูกเรือบนเครื่องบินก็มีอุปกรณ์ป้องกันครบครัน ไม่ขายที่นั่งโซนกลางเครื่องเพื่อเว้นระยะห่างบนเครื่องให้เป็นไปตามที่ กพท. กำหนด งดการจำหน่ายอาหารบนเครื่องเพื่อลดการถอดหน้ากาก

อย่างไรก็ตาม ดร.จุฬากล่าวว่า มาตรการต่าง ๆ ล้วนเปลี่ยนแปลงได้ สถานการณ์ตอนนี้คือต้องการให้คนมั่นใจว่าการเดินทางทางอากาศปลอดภัย ปลอดโรค ให้ผู้โดยสารมั่นใจบนเครื่องบิน และลูกเรือมั่นใจว่ามาตรการต่าง ๆ เหล่านี้ไม่ทำให้เขาเดือดร้อนไปกว่าที่เป็นในปัจจุบัน ถ้ามาตรการไหนทำไม่ได้จริงก็จะปรับไป

ในส่วนงานบริการของสายการบิน คุณปณิธี จากสายการบินนอร์วิเจียนกล่าวว่า ประการแรกผู้โดยสารต้องเข้าใจก่อนว่าสถานการณ์ตอนนี้ไม่ปกติ และต้องทำให้ผู้โดยสารมั่นใจว่าลูกเรือรับมือสถานการณ์ได้ การบริการมีข้อจำกัดในการสัมผัสตัว ซึ่งต้องสื่อสารอย่างจริงใจกับผู้โดยสารว่า การลดการใกล้ชิดหรือสัมผัสกันนั้นล้วนทำเพื่อรักษาความปลอดภัยให้กับผู้โดยสาร นอกจากนี้ยังระบุเพิ่มเติมว่า การสื่อสารคือสิ่งสำคัญที่สุด ต้องชี้แจงมาตรการต่าง ๆ ให้ชัดเจน เพื่อทำให้ผู้โดยสารมั่นใจที่จะเดินทาง

ดร.จุฬากล่าวว่า Physical distancing บนเครื่องบินทำกันน้อย แต่ที่ทำตอนนี้เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้ผู้โดยสาร เพราะโดยปกติเครื่องบินก็มีเครื่องกรองอากาศอย่างที่คุณสันติสุขกล่าวไป ซึ่งสายการบินรู้ แต่ผู้โดยสารก็ยังมีความกังวล อีกทั้งยังมีเรื่องระยะเวลาของเที่ยวบินที่เป็นปัจจัยสำคัญ บางทีการเปลี่ยนกริยาก็เพิ่มความเสี่ยงได้ เช่น เผลอหลับแล้วศีรษะไปสัมผัสคนข้าง ๆ จึงยังจำเป็นต้องรักษาระยะห่างเท่าที่ทำได้ ช่วงนี้เลยเป็นช่วงทดลองว่าอะไรดีหรือไม่ดี กพท. ก็พยายามหาวิธีที่ให้สายการบิน แต่ต้องปรึกษากับทางการแพทย์เพื่อความมั่นใจ

โอกาสในยามวิกฤติ

“Don’t waste the crisis อย่าปล่อยให้วิกฤตผ่านไปโดยไม่ทำอะไรเลย” –– คุณสันติสุข คล่องใช้ยา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายการบินไทยแอร์เอเชีย

แม้จะเป็นช่วงยากลำบากของอุตสาหกรรมการบิน แต่ก็ยังมีโอกาสหลาย ๆ อย่าง คุณสันติสุขชี้ให้เห็นว่า นี่จะเป็นโอกาสในการปรับโมเดลการตลาดเพื่อรองรับนักเดินทางหลังโควิด-19

มีแนวโน้มที่นักเดินทางหลังจากนี้จะเป็นนักเดินทางแบบ FIT มากขึ้น ผลิตภัณฑ์ของสายการบินหรือธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวเดินทางจึงควรเป็นผลิตภัณฑ์ที่นักเดินทาง Personalize ทริปของตนเองได้ เช่น นอกจากนี้นักเดินทางจะเลือกท่องเที่ยวชุมชนมากขึ้น เพราะชุมชนเล็ก ๆ มีแนวโน้มจะจัดการเรื่อง Hygiene ได้ดีกว่า อีกทั้งนักท่องเที่ยวจำนวนมากที่หายไปก่อนหน้านี้ ช่วยให้แหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติได้ฟื้นฟู น่าจะใช้ตรงนี้เป็นโอกาสผลักดันให้การท่องเที่ยวชุมชนหรือท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์เป็น New Normal ได้

การท่องเที่ยวเดินทางไม่มีอะไรมาทดแทนได้ อย่างไรคนก็จะกลับมาเดินทางอีกครั้ง ทุกภาคส่วนต้องช่วยกันแก้ปัญหา คุณสันติสุขกล่าวว่ามุมมองต่อปัญหาตอนนี้เป็นสิ่งสำคัญ ประเทศยังต้องการนักเดินทาง ทุกส่วนจึงต้องเตรียมพร้อมรับนักเดินทางท่องเที่ยวที่จะเข้ามา ทำให้นักเดินทางมั่นใจที่จะบินอีกครั้ง และผู้โดยสารก็อย่าหยุดที่จะเดินทาง

เพราะสุดท้ายแล้วการเดินทางไปยังสถานที่หนึ่ง เพื่อประสบพบเจอกับเรื่องราวต่าง ๆ ซึมซับความมีชีวิตของคน ก็ยังเป็นประสบการณ์ที่โลกออนไลน์หรือสื่อใด ๆ เทียบเคียงไม่ได้

Source: Aviation New Protocol: When We Fly Again

Rating :