ไม่ใช่แค่เรื่องการจัดงานให้ปลอดภัยจากโรค หรือการจัดงานแบบไฮบริดกับระบบออนไลน์เท่านั้น โลกไมซ์หลังโควิด-19 จะใช้เวลาอีกสักพักกว่าจะฟื้นตัว ธุรกิจไมซ์จะเดินหน้าต่อไปอย่างไร โอกาสอยู่ตรงไหนบ้าง ทีม MICE Intelligence Centre รวบรวมไอเดียมาสรุปเป็น 4 กลุ่มโอกาสทางธุรกิจที่ไมซ์ไทยจะปรับตัวและคว้าไว้ให้ได้


ตลาดในประเทศ: ตลาดมองหาประสบการณ์เหนือชั้น หรือประสบการณ์ที่หาที่อื่นไม่ได้
โอกาสจากกลุ่มธุรกิจที่ปกติแล้วจัดงานไมซ์ในต่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็นการประชุมองค์กรและการเดินทางเพื่อเป็นรางวัล กลุ่มนี้จะต้องหันกลับมาเลือกจุดหมายปลายทางในประเทศแทนการเดินทางไปต่างประเทศทั้งหมด หมายความว่างบประมาณด้านการตลาดมูลค่าหลายหมื่นล้านบาทจะกลับมาสู่จุดหมายปลายทางในประเทศไทย ซึ่งส่งผลให้ผู้จัดงานต้องพิจารณาเลือกจุดหมายปลายทางในประเทศที่ดึงดูดใจมากขึ้นกว่าเดิม อย่างเช่นการเดินทางเพื่อเป็นรางวัลสำหรับพนักงานที่มีผลงานยอดเยี่ยมหรือการตอบแทนลูกค้าที่มียอดขายสูง ซึ่งผู้จัดงานมักมองหาประสบการณ์พิเศษในต่างประเทศ เมื่อต้องเลือกจุดหมายปลายทางในประเทศ ความเหนือระดับ ช่วงเวลาที่น่าประทับใจ หรือการนำเสนอประสบการณ์ที่แปลกใหม่ที่หาจากที่อื่นไม่ได้ จะกลายมาเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยในการพิจารณา เช่น จุดหมายปลายทางที่ยังไม่ค่อยเป็นที่รู้จัก กิจกรรมที่เกิดขึ้นเฉพาะท้องถิ่นนั้น หรือการบริการที่ยกระดับเป็นพรีเมียมและเกิดขึ้นเฉพาะช่วงเวลาเท่านั้น


ทั้งนี้ ท่ามกลางการแข่งขันด้านราคาที่เกิดขึ้น ธุรกิจควรลองเปลี่ยนไปใช้กลยุทธ์เพิ่มมูลค่าให้กับประสบการณ์ที่ลูกค้าได้รับ ใช้เครื่องมือหรือเทคโนโลยีเข้ามาช่วยเสริมสร้างประสบการณ์ให้ Personalisation, Localisation และ Festivalisation ที่เราเคยนำเสนอไปแล้วก่อนหน้านี้น่าประทับใจให้ธุรกิจคุณมากขึ้น


ตลาดระยะใกล้: ถึงเวลาคุยกับเพื่อนบ้าน
เมื่อสถานการณ์เริ่มคลี่คลาย เราจะเริ่มเห็นการกลับมาของตลาดในประเทศเป็นอันดับแรก และค่อยขยับเป็นตลาดระยะใกล้ในภูมิภาคต่อไป เนื่องจากนักเดินทางส่วนมากไม่อยากใช้เวลาบนเครื่องบินนาน ๆ กลุ่มตลาดที่บินไม่เกิน 3 - 4  ชั่วโมง น่าจะเป็นตลาดแรก ๆ ที่กลับมา และหากพิจารณาตัวเลขผู้ติดเชื้อและการรับมือสถานการณ์ระบาดของโรค จะเห็นว่าประเทศในกลุ่ม CLMV ASEAN และตลาดใกล้ ๆ อย่างไต้หวัน ฮ่องกง เป็นกลุ่มที่รับมือได้ดี ตัวเลขการติดเชื้อไม่สูง และควบคุมได้อย่างมีประสิทธิภาพ เป็นโอกาสของไมซ์ไทยที่ควรจะมุ่งเจาะตลาดโดยการสร้างเครือข่ายกับตัวแทนที่ทำตลาดในประเทศเหล่านี้ ซึ่งมีความสนใจ และความต้องการที่แตกต่างกันไป อาทิ
 
- กลุ่ม CLMV สนใจการสร้างเครือข่ายกับธุรกิจในประเทศไทยและน่าจะเป็นกลุ่มเป้าหมายที่น่าสนใจของนักจัดงานแสดงสินค้านานาชาติ ขณะเดียวกันกลุ่มนักเดินทางธุรกิจและครอบครัวที่เดินทางมาร่วมงานไมซ์ในปีที่ผ่านมา แม้ส่วนใหญ่จะเป็นกลุ่มเล็กไม่ถึง 20 คน แต่ถือเป็นหนึ่งในกลุ่มลูกค้าที่มีกำลังซื้อสูงที่สุด ชื่นชอบผลิตภัณฑ์และบริการที่มีความลักซูรี่อย่างมาก

- กลุ่มมาเลเซียและสิงค์โปร์ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นลูกค้าซื้อซ้ำ (Repeat Customers) มองหาประสบการณ์ใหม่ ๆ อยู่เสมอ จึงควรดึงดูดด้วยผลิตภัณฑ์และบริการผ่านการเล่าใหม่ ๆ หรือแม้แต่จุดหมายปลายทางใหม่ ๆ เช่น เมืองรองในภูมิภาคของไทย 

- ลูกค้าไต้หวัน เป็นกลุ่มลูกค้าซึ่งเดิมมีเที่ยวบินตรงมายังหลายเมืองนอกเหนือจากกรุงเทพฯ สะท้อนถึงความต้องการที่จะค้นหาประสบการณ์ใหม่ ๆ ในประเทศไทย รวมถึงยังมีบริษัทตัวแทนที่รู้จักประเทศไทยเป็นอย่างดี จึงเป็นโอกาสที่ดีของเมืองไมซ์ในภูมิภาคในการดึงดูดลูกค้ากลุ่มนี้


การท่องเที่ยวสุขภาพ: ฮ็อตที่สุดในอนาคตอันใกล้
กล่าวได้ว่าท่ามกลางวิกฤตการณ์ด้านสาธารณสุขครั้งใหญ่ที่สุดในรอบศตวรรษ ทำให้ทุกคนหันมาสนใจสุขภาพกันมากขึ้น ก่อนหน้าสถานการณ์โควิด ประเทศไทยได้ทำการโปรโมตอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวสุขภาพอยู่แล้วทั้งธุรกิจสุขภาพเชิงรักษา บำรุง และพักฟื้นต่างพากันเติบโตอย่างรวดเร็ว ประเทศไทยจึงมีภาษีด้านแบรนด์ท่องเที่ยวเพื่อสุขภาพไม่น้อยกว่าจุดหมายปลายทางชั้นแนวหน้าของโลก
 
โปรแกรมการจัดงานที่มีตัวเลือกด้านสุขภาพจะช่วยดึงดูดนักเดินทางไมซ์ได้ดี โดยเฉพาะกลุ่มมิลเลนเนียลส์ ซึ่งใส่ใจกับสุขภาพมากขึ้น ทั้งในเรื่องอาหารปลอดภัย การบำรุงรักษาสุขภาพ การออกกำลังกาย กิจกรรมเสริมสร้างสุขพลานามัย รวมไปถึงสุขภาพใจและการทำสมาธิ เป็นต้น ไมซ์ไทยจึงสามารถดึงไอเดียเหล่านี้ไปเรียงร้อยเป็นโปรแกรมของงานและชูเรื่องสุขภาพเป็นจุดขายหลักของประเทศไทย


การท่องเที่ยวกลางแจ้งและผจญภัย: เมื่อใคร ๆ ก็ไม่อยากอยู่แต่ในห้อง
กิจกรรมกลางแจ้งและการผจญภัยเป็นทางเลือกที่เหมาะสำหรับงานไมซ์หลังโควิด 19 เพราะการอยู่แต่ในห้องที่อากาศไม่ถ่ายเทนั้น เพิ่มความเสี่ยงในการระบาดของโรคระบบทางเดินหายใจทุกชนิด และเช่นเดียวกับการท่องเที่ยวสุขภาพ กลุ่มนักเดินทางไมซ์รุ่นใหม่ชื่นชอบกิจกรรมที่ท้าทาย และได้ออกไปชื่นชมธรรมชาติ ณ จุดหมายปลายทางที่ไปเยือน
 
กิจกรรมกลางแจ้งและผจญภัย ไม่จำเป็นต้องเป็นกีฬาที่น่าหวาดเสียวหรือใช้แรงมากเสมอไป การเดินชมทัศนียภาพ หรือการละเล่นในท้องถิ่นที่เกิดขึ้นกลางแจ้งเป็นตัวเลือกที่เข้ากันกับทุกคนได้มากกว่ากิจกรรมโลดโผนอย่างการโรยตัวลงมาจากหอคอยหรือล่องแก่ง ลองเพิ่มไอเดียสนุก ๆ แบบเกมหรือการแข่งขันที่ช่วยให้ผู้ร่วมงานได้ทำกิจกรรม ร่วมกันแบบทีมบิลดิ้ง (Team Building) ช่วยให้กิจกรรมนั้น ๆ สนุกยิ่งขึ้น (อย่าลืมเรื่องความปลอดภัยและรักษาระยะห่างด้วย) เช่น วอล์คแรลลี่ในสวนสมุนไพรไทย ขอเพียงให้ได้ออกจากห้องประชุมมาใช้เวลานอกห้องกันมากขึ้น

สรุป
โอกาสทั้งสี่นี้เป็นช่องทางดึงดูดรายได้ให้ธุรกิจไมซ์ในช่วงเวลาที่เรายังไม่สามารถคาดหวังให้ธุรกิจกลับมาคึกคักเหมือนเดิมได้ในเร็ว ๆ นี้ แม้ว่าอนาคตข้างหน้าอาจไม่สดใสนักและเต็มไปด้วยเรื่องให้ต้องลุ้น แต่ตลอดหลายเดือนที่ผ่านมาอุตสาหกรรมไมซ์ไทยพิสูจน์ตัวเองในความเข้มแข็งและปรับตัวกับสถานการณ์อยู่เสมอ เรามาใช้ทุกโอกาสให้เกิดประโยชน์สูงสุดและเราจะผ่านวิกฤตนี้ไปด้วยกัน

Recently Blog

เจาะลึกเทรนด์อุตสาหกรรมไมซ์
หลังโควิด-19: ท่องเที่ยวสุขภาพ
และกิจกรรมกลางแจ้ง

MICE Intelligence Team

ในชีวิตวิถีใหม่ ผู้คนหันมาใส่ใจเรื่องสุขภาพและการออกไปทำกิจกรรมนอกสถานที่มากขึ้น นี่คือโอกาสของไมซ์ไทยเพื่อมัดใจนักเดินทางในยุคหลังโควิด - 19 ไอเดียของกิจกรรมเชิงสุขภาพ และกิจกรรมกลางแจ้งหลังจากนี้จะเป็นอย่างไร มาลองดูกัน

แนะนำสองวิทยากรที่จะมาพูดคุย
ถึงโอกาสในการพลิกฟื้น
เศรษฐกิจไทยผ่านงานแสดงสินค้า
ในงาน MICE Intelligence Talk #4

MICE Intelligence Team

มาทำความรู้จัก “คุณภูษิต ศศิธรานนท์” กรรมการผู้จัดการ Expolink Global Network และ “คุณเทพวรรณ์ เตียมไธสง” กรรมการผู้จัดการ MICE Solution (Thailand) สองวิทยากรที่จะมาร่วมพูดคุยถึงโอกาสและความสำเร็จในการพลิกฟื้นเศรษฐกิจไทยผ่านการจัดงานแสดงสินค้าในภูมิภาค

เจาะลึกเทรนด์อุตสาหกรรมไมซ์
หลังโควิด-19: ตลาดระยะใกล้
และจุดหมายปลายทางในประเทศ

MICE intelligence Team

หลังสถานการณ์โควิด-19 ดีขึ้น นักเดินทางจะกลับมาเดินทางอีกครั้ง โดยเฉพาะตลาดระยะใกล้และจุดหมายปลายทางในประเทศ เป็นโอกาสสำคัญที่ไมซ์ไทยจะเปิดรับนักเดินทางจากบ้านใกล้เรือนเคียง และเตรียมความพร้อมสร้างโอกาสต้อนรับนักเดินทางในประเทศ