เจาะลึกแนวคิดการจัดงาน Maho Rasop Festival เทศกาลดนตรีสะท้อนตัวตนสำหรับเหล่าคนอินดี้ ไปกับ “คุณท้อป-คุณเจน” แห่งอาณาจักรฟังใจ

Author : MICE Intelligence Team
Views 922 | 15 Jun 2021

มากกว่าการจัดงานเทศกาลดนตรี คือการสร้างอัตลักษณ์เฉพาะตัว เพื่อทำให้งานแตกต่างและตอบโจทย์ผู้ร่วมงานมากที่สุด หนึ่งในเทศกาลดนตรีนอกกระแสนานาชาติสุดยิ่งใหญ่ในประเทศไทยซึ่งเรียกได้ว่ามีเอกลักษณ์โดดเด่นไม่ซ้ำใคร ที่เหล่าคอเพลงอินดี้ไม่พูดถึงไม่ได้เลยก็คือ Maho Rasop Festival หรือ “มหรสพเฟสติวัล” ซึ่งเกิดจากการร่วมมือของ 3 ผู้จัดรุ่นใหม่อย่าง HAVE YOU HEARD?, Seen Scene Space และ Fungjai (ฟังใจ) ที่ยกกองทัพศิลปินจากทั่วโลก ทั้งสากล เอเชีย และไทย มารวมไว้ในงานเดียว ณ ใจกลางเมืองกรุงเทพฯ




   

ว่าแต่อะไรคืออัตลักษณ์เฉพาะตัวที่ทำให้เทศกาลดนตรีนี้ตอบโจทย์ผู้ร่วมงานได้อย่างชัดเจน? MICE Outlook สัปดาห์นี้ ชวนผู้อ่านเปิดไมค์ใส่ทำนองร่วมพูดคุยไปกับ คุณท้อป-ศรัณย์ ภิญญรัตน์ CEO & Co-Founder และ คุณเจน-เจนศักดิ์ดา จาระณะ Production Manager แห่งฟังใจ สู่การเป็นหนึ่งในทีมผู้จัดงาน Maho Rasop Festival (MHRS) เทศกาลดนตรีนอกกระแสนานาชาติสุดยิ่งใหญ่

 

Be Unique จุดเด่นของเทศกาลดนตรีอินดี้นานาชาติ 


Line-Up ต้องสร้างความประทับใจ 
สำหรับจุดแข็งที่สุดของงานมหรสพคือ Line-Up ศิลปินที่แตกต่างไปจากงานอื่น ๆ การคัดเลือกศิลปินมาร่วมแสดงจะต้องเป็นวงดนตรีอินดี้ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว จะต้องมี Live Performance ที่เล่นสดแล้วสนุก โดยทางทีมมั่นใจว่าต่อให้วงนี้ไม่มีใครรู้จักเลยในบ้านเรา แต่พอแสดงจริงแล้วสามารถถ่ายทอดความสนุกให้คนดูได้อย่างเต็มที่ และจะสร้างความประทับใจได้อย่างแน่นอน

เปิดประสบการณ์ทางดนตรี ด้วยแนวเพลงที่หลากหลาย 
บรรยากาศภาพรวมของเฟสติวัลถือเป็นสิ่งสำคัญ นอกจากการเลือกศิลปินจาก Live Performance แล้ว การจัดสรรแนวดนตรีที่หลากหลายจะยิ่งทำให้รสชาติของเทศกาลดนตรีกลมกล่อมและไม่น่าเบื่อ โดยผู้ร่วมงานสามารถรับประสบการณ์ทางดนตรีได้อย่างอิสระและเปิดกว้าง

คุณอาจจะตั้งใจมาดู Bombay Bicycle Club ซึ่งเป็นวงร็อค แต่ระหว่างทางคุณก็จะได้เจอฮิปฮอป หรือเมทัลด้วย ผู้เข้าร่วมงานก็จะรู้สึกสนุก ซึ่งตรงนี้เป็นประสบการณ์ที่ทำให้เราต่างจากที่อื่นอย่างชัดเจน” คุณท้อปกล่าว


Festival Vibe เพิ่มกิจกรรมสร้างการมีส่วนร่วม 
กิจกรรมอื่น ๆ ภายในงานจะช่วยสร้างประสบการณ์ให้ผู้ร่วมงานได้อะไรที่มากกว่าแค่ดนตรี โดยทางทีมงานมหรสพจะให้ความสำคัญกับเรื่อง Art Installation หรือเรื่องศิลปะการจัดวางพื้นที่ให้ดูเหมาะสมและสวยงาม เพื่อสร้างบรรยากาศให้น่าสนใจยิ่งขึ้น นอกจากนี้ยังนำเรื่องแฟชั่น อาหารและเครื่องดื่ม รวมถึงพื้นที่ชอปปิงเข้ามาให้บริการในงานอีกด้วย

สถานที่ใกล้อยู่ใจกลางเมือง 
ส่วนใหญ่เทศกาลดนตรีใหญ่ ๆ มักจะไปจัดที่ต่างจังหวัด แต่สำหรับงานมหรสพคือการนำประสบการณ์ระดับโลกมาไว้ที่ใจกลางกรุงเทพฯ จึงทำให้ผู้ร่วมงานเดินทางได้สะดวกตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนเมือง

Go Niche ดึงดูดกลุ่มเป้าหมายบ่งบอกไลฟ์สไตล์ที่ชัดเจน


สำหรับผู้เข้าร่วมงานเทศกาลดนตรีมหรสพถือว่ามีไลฟ์สไตล์ที่ชัดเจน คือกลุ่มคนที่ชื่นชอบการฟังเพลงนอกกระแสนานาชาติ ไม่ว่าจะเป็นจากฝั่งยุโรป อเมริกา และเอเชีย ตัวอย่างศิลปินที่เคยร่วมงานมหรสพในปี 2019 เช่น BBNO$ หรือ Alexander Gumuchian แร็ปเปอร์และนักร้องจากแวนคูเวอร์ ประเทศแคนาดา หรือ Bombay Bicycle Club วงอินดี้ร็อคจากประเทศอังกฤษ เป็นต้น สำหรับแนวทางในการดึงดูดผู้เข้าร่วมงานที่สามารถเป็นประโยชน์ให้กับผู้จัดงานเทศกาลแนวอื่น ๆ ได้ มีดังนี้

สร้างคอมมูนิตี้ทีมมหรสพ 
สำหรับการจัดงานมหรสพครั้งที่ 2 ถือว่ามีฐานคอมมูนิตี้มากขึ้น ทางทีมงานได้จัดทำแคมเปญขึ้นมา เพื่อสร้างเครือข่ายคนที่รักมหรสพ เช่น จัดกิจกรรมให้รางวัลสำหรับคนที่ชวนเพื่อนมาดูได้ หากชวนเพื่อนมาร่วมงานได้มากเท่าไร ก็ยิ่งได้รับรางวัลพิเศษจากทีมงาน เป็นต้น ซึ่งคุณท้อปให้สัมภาษณ์ไว้ว่า 

ถ้าปีที่แล้วได้จัดต่อเนื่องภาพงานจะชัดมากเลย ความเป็นคอมมูนิตี้ของคนกลุ่มหนึ่ง ที่มองว่างานมหรสพคือจุดนัดพบที่ปีละครั้งเขาจะได้มาเจอเพื่อนที่นี่ คนที่รักเสียงดนตรีด้วยกันมาสนุกด้วยกัน และเป็นคนที่พร้อมเปิดใจฟังเพลงใหม่ ๆ วงใหม่ ๆ ไปด้วยกัน คือเรามีกลุ่มตรงนี้แล้ว กลุ่มคนที่แสดงตัวตนว่าพวกเขาคือทีมมหรสพครับ

นำเสนอเรื่องราวผ่านภาพประสบการณ์ 
การนำบรรยากาศงานในปีที่แล้ว หรือโมเม้นต์สนุก ๆ มาเล่าใหม่จะช่วยทำให้ภาพของงานยิ่งชัดเจนมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการหยิบจับภาพคนเก๋ ๆ เท่ ๆ ที่ไปงานมหรสพมานำเสนอ ถือเป็นการสะท้อนตัวตนของผู้เข้าร่วมงานได้เป็นอย่างดี หรือการนำวิดีโอ Live Performance ของศิลปินอินดี้วงต่าง ๆ ในปีที่แล้วมาถ่ายทอดอีกครั้ง เพื่อให้เห็นจุดแข็งของ Line-Up เป็นต้น

ใช้ KOL สื่อสารผ่านแนวดนตรี 
การใช้ผู้มีอิทธิพลทางความคิด (KOL: Key Opinion Leader) ที่มีความเชี่ยวชาญทางดนตรีเพื่อประชาสัมพันธ์งาน เนื่องจากงานมหรสพมีแนวดนตรีที่หลากหลาย ทางทีมงานจึงสามารถเลือก KOL ได้ตามคอมมูนิตี้ของแต่ละแนวเพลง เพื่อใช้ในการโปรโมทงาน เช่น “เรามีวง Deafheaven ซึ่งเป็นแนว Black metal เราก็สามารถเข้าไปคุยกับเพจคอมมูนิตี้ที่เขาเป็น KOL ของทาง Black metal ให้ช่วยโปรโมท เพื่อทำให้เห็นภาพศิลปินได้ชัดเจนมากขึ้น” คุณท้อปกล่าว

พาร์ทเนอร์ในอุตสาหกรรมเพลงเพื่อนบ้าน 
เนื่องจากทีมงานมหรสพหลายคนคลุกคลีอยู่ในแวดวงอุตสาหกรรมดนตรีนานาชาติมาหลายปีแล้ว จึงมีพาร์ทเนอร์อยู่ในหลายประเทศ เช่น ไต้หวัน ญี่ปุ่น และเกาหลี โดยพาร์ทเนอร์จะเป็นตัวแทนที่ช่วยจำหน่ายบัตร เป็นโปรโมเตอร์ให้กับงานมหรสพในประเทศของเขานั่นเอง

ทำการตลาดผ่านสื่อออนไลน์ ดึงดูดผู้ร่วมงานต่างชาติ 
เนื่องจากงานมหรสพมี Line-Up ที่ค่อนข้างแข็งแรง พร้อมกับมีความมั่นใจว่าศิลปินเหล่านี้สามารถดึงดูดแฟนคลับจากประเทศเพื่อนบ้านได้ จึงได้ทำการตลาดผ่านทาง Google และ Facebook ไปประเทศเพื่อนบ้านด้วย ซึ่งผลตอบรับค่อนข้างดี โดยมีผู้ร่วมงานที่เป็น Inbound Travelers ประมาณ 10% และจากพาร์ทเนอร์ที่เป็นชาวต่างชาติ ประมาณ 25% ของผู้เข้าร่วมงานทั้งหมด

To the Next มองอนาคตของการจัดงานเทศกาลดนตรีไว้อย่างไร?

จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ทำให้การจัดงานอีเว้นท์ รวมถึงการจัดงานเทศกาลดนตรีต่าง ๆ ได้รับผลกระทบโดยตรง ซึ่งคุณเจนมองว่า “หัวใจของงานมหรสพคือ ประสบการณ์ร่วมกันระหว่างผู้ชมและศิลปิน” ดังนั้นทางทีมงานจึงตัดสินใจเลื่อนการจัดงานออกไป จากเดิมที่กำหนดไว้ช่วงเดือนพฤศจิกายน 2020 ขณะนี้จะเลื่อนไปจัดในช่วงเดือนพฤศจิกายน 2021 แทน แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นต้องขึ้นอยู่กับมาตรการความปลอดภัยของรัฐที่ต้องติดตามกันต่อไป

“อนาคตของการจัดงานเทศกาลดนตรี ถ้าสถานการณ์กลับมาปกติ ในช่วง 3 เดือนแรกอุตสาหกรรมดนตรีจะบูมมาก ๆ เลยครับ ไม่ใช่แค่มีทุกวันนะ วันหนึ่งมีหลายอีเว้นท์เลยล่ะ จะเป็นอย่างนี้อยู่สักพักหนึ่งแล้วถึงจะเริ่มเข้าสู่ภาวะปกติ” คุณเจน กล่าวปิดท้าย

จะเห็นได้ว่าแนวโน้มอุตสาหกรรมดนตรีในบ้านเรามีทิศทางที่ดีขึ้น และหลังจากวิกฤตต่าง ๆ ผ่านพ้นไปแล้ว การจัดงานเทศกาลดนตรีอาจจะได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอีกเป็นจำนวนมาก การสร้างอัตลักษณ์ ให้กับเทศกาลจึงกลายเป็นหนึ่งสิ่งสำคัญที่จะทำให้งานโดดเด่น น่าสนใจ พร้อมกับบ่งบอกตัวตนของผู้เข้าร่วมได้ตรงกลุ่มมากยิ่งขึ้น


เมื่อผู้เข้าร่วมงานต้องการสร้างอัตลักษณ์ผ่านการมีส่วนร่วมในงานอีเว้นท์ หรือเทศกาล มาดูกันว่าผู้จัดงานจะต้องยกระดับการจัดงานให้เป็นมากกว่างานรูปแบบเดิม ๆ ได้อย่างไร? ติดตามอ่านต่อกันได้ใน EP หน้า ไม่นานเกินรอ!

Rating :